
สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (DRC) ยังคงเผชิญการระบาดของโรคอีโบลาอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานสาธารณสุขของประเทศที่เผยแพร่เมื่อวันศุกร์ (12 มิ.ย.) ระบุว่า จำนวนผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันเพิ่มขึ้นเป็น 689 ราย และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 139 ราย
การระบาดครั้งนี้เกิดจากเชื้อไวรัสอีโบลาสายพันธุ์ Bundibugyo ซึ่งได้แพร่กระจายไปยังเขตสาธารณสุข 29 แห่งใน 3 จังหวัดทางภาคตะวันออก ได้แก่ อีตูรี นอร์ทคิวู และเซาท์คิวู ขณะที่จนถึงวันพฤหัสบดี (11 มิ.ย.) มีรายงานผู้ป่วยต้องสงสัยสะสม 168 รายซึ่งรวมถึงผู้เสียชีวิต 64 ราย
ในวันเดียวกัน มีการยืนยันผู้ติดเชื้อรายใหม่ 17 ราย และผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 5 ราย โดยผู้ป่วยทั้งหมดพบในจังหวัดอีตูรี
รายงานยังระบุถึงความท้าทายหลายด้านที่ส่งผลต่อการควบคุมการระบาด ไม่ว่าจะเป็นการที่ประชาชนบางส่วนไม่ยินยอมให้เก็บตัวอย่างจากผู้เสียชีวิตเพื่อตรวจหาเชื้อ ความสามารถรองรับผู้ป่วยของศูนย์รักษาอีโบลาที่ยังมีจำกัด การขาดแคลนอุปกรณ์ป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในจังหวัดนอร์ทคิวู รวมถึงระบบเฝ้าระวังและรายงานผู้ป่วยที่ยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอในทั้ง 3 จังหวัด
นอกจากนี้ ทางการยังเผชิญปัญหาการขาดแคลนงบประมาณสำหรับรับมือการระบาด คิดเป็นมูลค่าประมาณ 21.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ด้านสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) เปิดเผยในรายงานเมื่อวันพฤหัสบดีว่า มีผู้เสียชีวิตจากอีโบลา 2 รายในค่ายผู้พลัดถิ่นภายในประเทศแห่งหนึ่งในจังหวัดอีตูรี
ทั้งนี้ การระบาดระลอกปัจจุบันได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการโดยกระทรวงสาธารณสุขของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกเมื่อวันที่ 15 พ.ค. ที่ผ่านมา และนับเป็นการระบาดของโรคอีโบลาครั้งที่ 17 ของประเทศ นับตั้งแต่มีการค้นพบเชื้อไวรัสชนิดนี้ครั้งแรกในปี 2519
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (13 มิ.ย. 69)





