ญี่ปุ่น-อังกฤษเห็นพ้องยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจ-เทคโนโลยี

ผู้นำญี่ปุ่นและอังกฤษเห็นพ้องยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ระหว่างการพบหารือที่กรุงลอนดอนเมื่อวันอาทิตย์ (14 มิ.ย.) ขณะที่ญี่ปุ่นเดินหน้ากระชับความร่วมมือในด้านยุทธศาสตร์สำคัญ อาทิ ห่วงโซ่อุปทานแร่ธาตุสำคัญ พลังงาน และกลาโหม

ตามแถลงการณ์ร่วมของทั้งสองประเทศ ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ให้คำมั่นระหว่างการหารือกับเคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ว่าญี่ปุ่นจะลงทุนมากกว่า 9 พันล้านปอนด์ (ราว 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในโครงสร้างพื้นฐานและบริการทางการเงิน รวมถึงลงทุนสูงสุด 9 พันล้านปอนด์ในโครงการพลังงานลมนอกชายฝั่ง

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้ออก “ปฏิญญาร่วมว่าด้วยความร่วมมือด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจ” ควบคู่กับการจัดตั้ง “หุ้นส่วนเทคโนโลยีแนวหน้าญี่ปุ่น-สหราชอาณาจักร” ซึ่งครอบคลุมความร่วมมือด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) เทคโนโลยีควอนตัม กลาโหม อวกาศ หุ่นยนต์ พลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ และความมั่นคงทางไซเบอร์

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ประเด็นความมั่นคงทางเศรษฐกิจถือเป็นวาระสำคัญของทาคาอิจิในการเยือนยุโรป ซึ่งมีกำหนดเดินทางต่อไปยังอิตาลี ก่อนเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่ม G7 เป็นเวลา 3 วัน ที่เมืองเอเวียงของฝรั่งเศส

ที่ผ่านมา ทาคาอิจิให้ความสำคัญกับการเสริมแกร่งความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อยกระดับความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานแร่ธาตุสำคัญ ท่ามกลางมาตรการจำกัดการส่งออกทรัพยากรดังกล่าวของจีน ซึ่งเป็นวัตถุดิบจำเป็นต่อการผลิตสินค้าเทคโนโลยี รวมถึงยุทโธปกรณ์ทางทหาร

จีนได้เพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมการส่งออกสินค้าที่สามารถใช้ได้ทั้งในภาคพลเรือนและทางทหารไปยังญี่ปุ่นตั้งแต่ต้นปีนี้ ซึ่งอาจรวมถึงแร่หายาก หลังจากทาคาอิจิกล่าวในรัฐสภาเมื่อเดือนพ.ย. ว่า หากไต้หวันถูกโจมตี ญี่ปุ่นอาจตอบโต้ด้วยกำลังทางทหาร

ทั้งนี้ แถลงการณ์ร่วมของทั้งสองประเทศระบุว่า “เราขอแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อการใช้มาตรการบีบบังคับทางเศรษฐกิจและข้อจำกัดการส่งออกโดยพลการ รวมถึงในส่วนของแร่ธาตุสำคัญ”

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (15 มิ.ย. 69)