บิ๊กเทคโลกอัดงบแสนล้านดอลลาร์ดันโครงสร้างพื้นฐาน AI โบรกชี้หนุนหุ้นไทยเอี่ยวซัพพลายเชน outperform ตลาด

บล.อินโนเวสท์เอกซ์ คาดว่า sentiment เชิงบวกต่อ roadmap และ pipeline การผลิตสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ AI จะเป็นปัจจัยที่ช่วยผลักดันให้กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ปรับตัว outperform SET เราประเมินว่ากำไรปกติของกลุ่มจะเติบโต 65% ในปี 2569 และเติบโตต่อเนื่อง 24% ในปี 2570

เรายังคงคำแนะนำ OVERWEIGHT สำหรับกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ โดยมี HANA เป็นหุ้นเด่นในฐานะ AI-proxy ตัวใหม่ในประเทศไทย และปรับราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569 ใหม่เป็น 46 บาท (จาก 42 บาท) เราคงคำแนะนำ OUTPERFORM สำหรับ KCE และปรับราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569 ใหม่เป็น 43 บาท (จาก 40 บาท) และคงคำแนะนำ NEUTRAL สำหรับ DELTA และปรับราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569 ใหม่เป็น 359 บาท (จาก 290 บาท)

วัฏจักรการลงทุนของผู้ให้บริการระบบคลาวด์ขนาดใหญ่ (hyperscaler) ยังคงแข็งแกร่ง ผู้ให้บริการคลาวด์ชั้นนำของโลก ได้แก่ Alphabet (Google), Amazon, Microsoft และ Meta (กลุ่ม Big 4) ยืนยันการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI อย่างต่อเนื่องในระยะยาว สำหรับปี 2569 คาดว่างบลงทุนจะปรับเพิ่มขึ้นเป็น US$6.5–7.0 แสนล้าน ข้อมูลในไตรมาส 1/69 แสดงให้เห็นว่าบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีเหล่านี้ได้เร่งลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ โดยใช้งบลงทุนไปแล้ว US$1.27 แสนล้าน (ราว 19% ของงบทั้งปี) ใน 1Q69 โดย Barclays ประเมินว่าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของกลุ่ม Big 4 จะเพิ่มขึ้นเป็น US$8.0-8.5 แสนล้านในปี 2570 และจะทะลุระดับ US$1 ล้านล้านภายในปี 2571 ซึ่งจะช่วยผลักดันอุปสงค์ด้าน AI โดยรวม และเป็นปัจจัยบวกต่อบริษัทไทยที่เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน AI ระดับโลก

เรามองเห็น sentiment เชิงบวกจากผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ AI ของ DELTA HANA และ CCET ซึ่งผลักดันราคาหุ้นในกลุ่มให้ปรับตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 109% ตั้งแต่ต้นปี 2569 นำโดย DELTA (+110%), HANA (+131%) และ KCE (+108%) เทียบกับ SET ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 26% เราคาดว่า sentiment เชิงบวกจะยังคงดำเนินต่อไปในช่วงที่เหลือของปี เนื่องจาก roadmap และ pipeline การผลิตสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ AI ของบางบริษัทในกลุ่มจะช่วยผลักดันให้ราคาหุ้นโดยรวมปรับตัว outperform SET

เราประเมินว่ากำไรปกติของกลุ่มจะเพิ่มขึ้น 65% ในปี 2569 และ 24% ในปี 2570 เนื่องจากคาดว่าผลิตภัณฑ์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI หลายรายการจะเริ่มเข้าสู่กระบวนการผลิตใน 2H69 และจะดำเนินการผลิตเต็มรูปแบบในปี 2570 เช่น ผลิตภัณฑ์ liquid cooling ของ DELTA และผลิตภัณฑ์ solid-state cooling รวมถึงอุปกรณ์ PCBA ความหนาแน่นสูงของ HANA

Valuation และคำแนะนำ เรายังคงคำแนะนำ OVERWEIGHT สำหรับกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เนื่องจากเราคาดว่ากลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จะได้รับประโยชน์จากวัฏจักรการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่แข็งแกร่ง เราคงคำแนะนำ OUTPERFORM และเลือก HANA เป็นหุ้นเด่นของกลุ่มจากการเป็น AI-proxy ตัวใหม่ โดยคาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ในช่วง 2H69 เราปรับราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569 เพิ่มขึ้นเป็น 46 บาท (จาก 42 บาท) โดยอิงกับ PE ที่ 46 เท่า หรือ +2SD ของค่าเฉลี่ย PE ย้อนหลัง 5 ปี นอกจากนี้ เราคงคำแนะนำ OUTPERFORM สำหรับ KCE จากแนวโน้มการฟื้นตัวของกำไรที่แข็งแกร่งใน 2H69 ซึ่งได้รับแรงหนุนจากราคาขายเฉลี่ย (ASP) ที่เพิ่มขึ้น เราปรับราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569 เพิ่มขึ้นเป็น 43 บาท (จาก 40 บาท) โดยอิงกับ PE ที่ 45 เท่า หรือ +1.5SD ของค่าเฉลี่ย PE ย้อนหลัง 5 ปี สุดท้าย เราคงคำแนะนำ NEUTRAL สำหรับ DELTA เนื่องจากเราเชื่อว่าราคาหุ้นและ valuation ได้สะท้อนแนวโน้มกำไรที่แข็งแกร่งจากผลิตภัณฑ์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ไปแล้ว ที่สำคัญคือเราคาดว่าจะเห็นแรงกดดันจากข้อจำกัดในการจัดหาวัตถุดิบหลัก เราปรับราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569 เพิ่มขึ้นเป็น 359 บาท (จาก 290 บาท) โดยอิงกับ PE ที่ 120 เท่า หรือ +2SD ของค่าเฉลี่ย PE ย้อนหลัง 5 ปี

ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ คือ การเปลี่ยนแปลงในกำลังซื้อของลูกค้า สถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อ สงครามเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐฯ กับจีนกลับมาปะทุอีกครั้ง และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ความเสี่ยง ESG ที่สำคัญ คือ การบริหารจัดการแรงงาน และซัพพลายเออร์ (S)

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (15 มิ.ย. 69)