เกาหลีใต้เร่งช่วย 24 เรือขนส่งฝ่าช่องแคบฮอร์มุซ หลังสหรัฐฯ-อิหร่านบรรลุดีลหยุดยิง

สื่อเกาหลีใต้รายงานว่า เกาหลีใต้จะให้ความสำคัญกับภารกิจทางการทูตในการรับรองความปลอดภัยให้กับเรือสินค้าจำนวน 24 ลำที่ยังคงตกค้างอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่า ช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดให้สัญจรอีกครั้งเมื่อมีการลงนามในข้อตกลงสันติภาพร่วมกับอิหร่านในวันศุกร์นี้ (19 มิ.ย.)

ปธน.ทรัมป์โพสต์ข้อความดังกล่าวไม่นาน หลังจากที่เขายืนยันว่า สหรัฐฯ และอิหร่านได้บรรลุข้อตกลงสันติภาพร่วมกันแล้ว และเขาได้สั่งการให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียม รวมถึงสั่งการให้กองทัพสหรัฐฯ ยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลต่อท่าเรือต่าง ๆ ของอิหร่านโดยทันที

ทั้งนี้ เรือสินค้าทั้ง 24 ลำ พร้อมด้วยลูกเรือชาวเกาหลีใต้รวม 137 คน ต้องจอดเทียบท่าติดค้างอยู่ตามท่าเรือต่าง ๆ ของกาตาร์และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ นับตั้งแต่สงครามทำให้ช่องแคบฮอร์มุซต้องปิดตัวลง โดยการปิดช่องแคบนี้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเกาหลีใต้ เพราะต้องพึ่งพาเส้นทางนี้ในการนำเข้าพลังงาน

ที่ผ่านมา รัฐบาลเกาหลีใต้ได้เปิดช่องทางการทูตกับอิหร่าน เพื่อให้เรือสินค้าเกาหลีใต้เดินทางผ่านน่านน้ำดังกล่าวได้อย่างปลอดภัย โดยเมื่อเดือนที่ผ่านมา มีเรือเกาหลีใต้ลำแรกที่เดินทางผ่านช่องแคบนี้ไปได้นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น ตามมาด้วยเรือขนส่งก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่เดินทางผ่านไปได้สำเร็จเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

อย่างไรก็ตาม คำถามที่ตามมาคือ ช่องแคบแห่งนี้จะกลับมาปลอดภัยในระดับที่เดินเรือได้เต็มที่ในเร็ว ๆ นี้หรือไม่ เนื่องจากคาดว่าสถานการณ์ความมั่นคงจะยังคงไม่นิ่ง แม้จะมีการลงนามในข้อตกลงสันติภาพแล้วก็ตาม เพราะในอนาคตยังคงมีกระบวนการเจรจาอีกหลายขั้นตอนรวมถึงภารกิจในการกู้เก็บทุ่นระเบิดในทะเลที่ยังต้องดำเนินการต่อ

สถานการณ์ที่ยังคงเอาแน่เอานอนไม่ได้ กลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่บีบให้เกาหลีใต้ต้องตัดสินใจว่าจะเพิ่มบทบาทเพื่อทวงคืนเสรีภาพในการเดินเรือด้วยการเข้าร่วมกองกำลังที่นำโดยสหรัฐฯ หรือจะเลือกเข้าร่วมภารกิจพหุภาคีที่นำโดยฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักร

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (15 มิ.ย. 69)