ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกทุบสถิติสูงสุด รับข่าวสหรัฐฯ-อิหร่านบรรลุข้อตกลง

ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันจันทร์ (15 มิ.ย.) โดยได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อกลับในเกือบทุกกลุ่มอุตสาหกรรม หลังสหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นที่จะนำไปสู่การเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง และยุติสงครามในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อมานาน 3 เดือน

  • ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 634.44 จุด เพิ่มขึ้น 1.23 จุด หรือ +0.19%
  • ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,384.01 จุด เพิ่มขึ้น 33.14 จุด หรือ +0.40%
  • ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 24,894.01 จุด เพิ่มขึ้น 258.71 จุด หรือ +1.05% และ
  • ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,430.62 จุด ลดลง 41.10 จุด หรือ -0.39%

 

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือน ขณะที่ดัชนี STOXX 600 ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.2% ฟื้นตัวจากการปรับตัวลงนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ. หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ, เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ และโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ลงนามในบันทึกความเข้าใจร่วมกัน

ดัชนี STOXX 600 ทะลุจุดสูงสุดเดิมที่ทำไว้เมื่อวันที่ 27 ก.พ. ขณะที่ดัชนีวัดความผันผวน Euro STOXX ปรับตัวลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปลายเดือนม.ค.

ตลาดหุ้นยุโรปเคลื่อนไหวอ่อนแอกว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ และเอเชียมาโดยตลอดนับตั้งแต่เดือนมี.ค. เนื่องจากยุโรปพึ่งพาการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซในสัดส่วนสูง และมีสัดส่วนหุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) น้อยกว่าตลาดอื่น

หลังการปรับตัวขึ้นในวันจันทร์ ดัชนี STOXX 600 เพิ่มขึ้นแล้ว 7.2% นับตั้งแต่ต้นปี ช่วยลดช่องว่างเมื่อเทียบกับดัชนี S&P500 ของสหรัฐฯ ที่ปรับตัวขึ้นมากกว่า 10%

ไมเคิล ฟิลด์ หัวหน้านักกลยุทธ์ด้านหุ้นของ Morningstar กล่าวว่า ขณะนี้อาจเป็นช่วงเวลาที่นักลงทุนเริ่มโยกย้ายเงินลงทุน โดยขายทำกำไรหุ้นกลุ่ม AI ที่ปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา และนำเงินไปลงทุนในกลุ่มอื่น เช่น หุ้นกลุ่มกลาโหมของยุโรปที่ก่อนหน้านี้มีผลการดำเนินงานอ่อนแอ

ดัชนี IBEX ของสเปน ซึ่งมีหุ้นกลุ่มการเงินเป็นสัดส่วนหลัก ปรับตัวขึ้น 1.4% ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ดัชนี DAX ของเยอรมนี เพิ่มขึ้น 1.1% สู่ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 2 สัปดาห์ และดัชนี CAC 40 ของฝรั่งเศส ปรับตัวขึ้น 0.4% กลับสู่ระดับก่อนเกิดสงคราม

หุ้นกลุ่มธนาคารเป็นหนึ่งในแรงหนุนสำคัญของ STOXX 600 โดยเพิ่มขึ้น 1.5% แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ม.ค. 2551 ขณะที่หุ้นกลุ่มยานยนต์ซึ่งอ่อนไหวต่อราคาพลังงานพุ่งขึ้น 2.6% ส่วนหุ้นสายการบินอย่าง Lufthansa และ Air France ปรับตัวขึ้น 4.5% และ 3.4% ตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ยังคาดว่าต้นทุนด้านพลังงานจะอยู่ในระดับสูงต่อไปจนกว่าปริมาณการขนส่งจะกลับสู่ระดับก่อนสงครามอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อที่เกิดจากราคาพลังงานเป็นปัจจัยที่ทำให้ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้นของยูโรโซน ซึ่งสะท้อนมุมมองต่อแนวโน้มดอกเบี้ย ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์ แม้นักลงทุนยังคงคาดการณ์ว่า ECB จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% ก่อนสิ้นปีนี้ ตามข้อมูลที่รวบรวมโดย LSEG

ในฝั่งข่าวรายบริษัท หุ้น Renault Group ปรับตัวขึ้น 3.7% หลังผู้ผลิตรถยนต์รายดังกล่าวประกาศพัฒนายานยนต์ทางทหารร่วมกับบริษัทเทคโนโลยีด้านกลาโหม Thales

ขณะที่ หุ้น Schneider Electric ผู้ผลิตอุปกรณ์สำหรับ AI เพิ่มขึ้น 1.8% หลังบรรลุความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Foxconn ของไต้หวัน เพื่อพัฒนาและขยายโครงสร้างพื้นฐานสำหรับศูนย์ข้อมูล AI

ด้านหุ้นที่ปรับตัวลงมากที่สุด ได้แก่ กลุ่มพลังงาน ซึ่งร่วงลง 3.1% ตามทิศทางราคาน้ำมันดิบที่ลดลง

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (16 มิ.ย. 69)