
นายเอกนิติ นิตทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง กล่าวด้วยว่า ที่ประชุม ครม. ยังมีมติเห็นชอบให้ รมว.คลัง หรือผู้แทน รมว.คลัง มีอำนาจในการนำข้อมูลบริษัทข้ามชาติแลกเปลี่ยนกันในประเทศสมาชิก โดยจะเริ่มวันที่ 1 มิ.ย. 70 ซึ่งหลังจากการแลกเปลี่ยนข้อมูลดังกล่าวร่วมกันแล้ว คาดว่าจะช่วยทำให้ไทยสามารถเก็บภาษีกับบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ ที่หลบเลี่ยงภาษีได้เพิ่มขึ้นราว 1 หมื่นล้านบาทต่อปี
โดยมาตรการภาษี Global Minimum Tax เป็นข้อตกลงระดับสากล ภายใต้กรอบขององค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (Organization for Economic Co-operation and Development : OECD) ที่กำหนดให้บริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราขั้นต่ำ 15% นั้น ถือเป็นเป็นมาตรการที่ดี มีเป้าหมายเพื่อป้องกันการหลบเลี่ยงภาษีของบริษัทข้ามชาติ
ส่วนประเด็นที่หลายฝ่ายกังวลว่าจะกระทบต่อคนที่เสียภาษีอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ที่เสียภาษีต่ำกว่า 15% อาจทำให้ได้รับผลกระทบต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้นนั้น นายเอกนิติ ระบุว่า รัฐบาลได้หาทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวผ่าน 2 วิธี คือ 1. การให้เงินอุดหนุนชดเชยในส่วนที่ต้องจ่ายภาษีเพิ่มมากขึ้นจากที่ได้รับการสนับสนุน ซึ่งทาง BOI มีกองทุนเพื่อการสนับสนุนการลงทุน นำมาใช้จ่ายในส่วนนี้ได้ และ 2.การให้เครดิตภาษี โดยจะให้นำรายจ่ายมาหักภาษีได้เพิ่มมากขึ้น ให้ชดเชยได้เท่ากับภาษีที่ต้องจ่ายเพิ่มขึ้นจากการได้รับการสนับสนุน
“ผลจากการที่ประเทศเข้าเป็นสมาชิกภาคี OECD ซึ่งมีข้อตกลงว่า ต้องเก็บภาษีบริษัทต่างชาติขนาดใหญ่ขั้นต่ำ 15% เพื่อเป็นการป้องกันการหลบเลี่ยงภาษีข้ามชาติ ซึ่งกระทรวงการคลัง ขอให้ ครม.มีมติเห็นชอบให้ รมว.คลัง หรือผู้แทน รมว.คลัง มีอำนาจนำข้อมูลบริษัทข้ามชาติแลกเปลี่ยนกันในประเทศสมาชิก โดยจะเริ่มวันที่ 1 มิ.ย.70 ซึ่งหลังจากการแลกเปลี่ยนข้อมูล คาดว่าจะทำให้การเก็บภาษีบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ที่หลบเลี่ยงภาษีได้ราว 1 หมื่นล้านบาทต่อปี” รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ระบุ
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (16 มิ.ย. 69)




