
ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าผสมผสานในวันนี้ (17 มิ.ย.) ขณะที่นักลงทุนจับตาผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) รวมทั้งถ้อยแถลงของเควิน วอร์ช ประธานเฟดคนใหม่
ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดภาคเช้าที่ระดับ 69,926.08 จุด เพิ่มขึ้น 521.58 จุด หรือ +0.75%, ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดภาคเช้าที่ระดับ 24,403.96 จุด ลดลง 89.99 จุด หรือ -0.37% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดภาคเช้าที่ระดับ 4,084.54 จุด ลดลง 7.35 จุด หรือ -0.18%
ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ดีดตัวขึ้น 0.32% และดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียปรับตัวขึ้น 0.41%
นักลงทุนคาดการณ์เป็นวงกว้างว่า เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50%-3.75% ในการประชุมครั้งนี้ ขณะเดียวกันก็รอดูการแสดงความเห็นของเควิน วอร์ช ประธานเฟดคนใหม่ เกี่ยวกับมุมมองเรื่องเงินเฟ้อ อัตราว่างงาน และแนวโน้มเศรษฐกิจ
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจในเอเชียเช้านี้ กระทรวงการคลังญี่ปุ่นเปิดเผยรายงานเบื้องต้นว่า ยอดส่งออกเดือนพ.ค. ของญี่ปุ่นพุ่งขึ้น 17% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งเป็นการขยายตัวในอัตราที่รวดเร็วที่สุดในรอบกว่า 3 ปีหรือนับตั้งแต่เดือนพ.ย. 2565 โดยได้แรงหนุนจากความต้องการรถยนต์และเซมิคอนดักเตอร์ที่แข็งแกร่ง
ส่วนยอดนำเข้าเดือนพ.ค. พุ่งขึ้น 12.5% ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนม.ค. 2568 แต่น้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 12.8%
ทั้งนี้ ญี่ปุ่นมียอดขาดดุลการค้าในเดือนพ.ค. อยู่ที่ 3.786 แสนล้านเยน (2.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งเป็นการขาดดุลการค้าครั้งแรกในรอบ 4 เดือน
ด้านกระทรวงการค้า อุตสาหกรรม และพลังงานของเกาหลีใต้ เปิดเผยว่า ยอดการส่งออกรถยนต์ของเกาหลีใต้ปรับตัวลดลงเป็นเดือนที่สองติดต่อกันในเดือนพ.ค. เนื่องจากจำนวนวันทำการที่น้อยลง รวมทั้งผลกระทบจากภาวะชะงักงันในกระบวนการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์
ข้อมูลของกระทรวงฯ ระบุว่า ยอดส่งออกรถยนต์ลดลง 5.9% สู่ระดับ 5.83 พันล้านดอลลาร์ในเดือนพ.ค. เมื่อเทียบเป็นรายปี หลังจากที่ลดลง 5.5% ในเดือนเม.ย. โดยการปรับตัวลงดังกล่าวมีสาเหตุมาจากจำนวนวันทำงานที่น้อยลง ประกอบกับเหตุเพลิงไหม้ที่โรงงานของซัพพลายเออร์ชิ้นส่วนรถยนต์แห่งหนึ่ง ซึ่งส่งผลให้การผลิตรถยนต์ต้องหยุดชะงักลง
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (17 มิ.ย. 69)





