ปูตินจัดประชุมสุดยอดรัสเซีย-อาเซียน ครั้งแรกตั้งแต่บุกยูเครน ชูประเด็นความมั่นคงพลังงาน

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดร่วมกับผู้นำจากสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ในวันนี้และวันพรุ่งนี้ (17-18 มิ.ย.) ณ เมืองคาซาน ห่างจากกรุงมอสโกไปทางทิศตะวันออกประมาณ 800 กิโลเมตร

ประเด็นความมั่นคงทางพลังงานเป็นวาระหลักของการประชุมครั้งแรกระหว่างรัสเซีย-อาเซียน นับตั้งแต่รัสเซียทำสงครามกับยูเครนอย่างเต็มรูปแบบในปี 2565 โดยประธานาธิบดี เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ผู้นำฟิลิปปินส์ รวมถึงนายกรัฐมนตรี อันวาร์ อิบราฮิม ผู้นำมาเลเซีย และนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีของไทย เป็นส่วนหนึ่งของผู้นำอาเซียนที่จะเข้าร่วมการประชุมดังกล่าว

การประชุมครั้งนี้ยังถือเป็นการประชุมแบบพบหน้ากันโดยตรงครั้งแรกระหว่างผู้นำรัสเซียและกลุ่มอาเซียนนับตั้งแต่ปี 2561 ซึ่งเป็นปีที่มีการประกาศ “ความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์” ที่สิงคโปร์ ส่วนการประชุมสุดยอดในปี 2564 นั้น จัดขึ้นผ่านระบบออนไลน์เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

ดมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน เปิดเผยว่า ปธน.ปูตินจะหารือทวิภาคี “แบบมาราธอน” ร่วมกับบรรดาผู้นำอาเซียน แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดอย่างเจาะจง โดยสมาชิกทั้ง 11 ประเทศของอาเซียนประกอบด้วยประเทศไทย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย เวียดนาม กัมพูชา เมียนมา ลาว บรูไน และติมอร์-เลสเต

ขณะที่ ยูริ อูชาคอฟ ผู้ช่วยด้านนโยบายต่างประเทศของทำเนียบเครมลิน เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวในวันอังคารว่า แผนปฏิบัติการที่ครอบคลุมสำหรับปี 2569-2573 เพื่อขยายความร่วมมือในด้านต่าง ๆ รวมถึงความมั่นคง พลังงาน การค้า เกษตรกรรม การลงทุน และเทคโนโลยี จะได้รับการรับรองในการประชุมสุดยอดครั้งนี้

การประชุมสุดยอดรัสเซีย-อาเซียนเป็นเวลาสองวัน จัดขึ้นคาบเกี่ยวกับการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศ G7 ที่ฝรั่งเศส ซึ่งบรรดาผู้นำยุโรปต่างก็ต้องการการสนับสนุนจากปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ในความพยายามที่จะดึงปธน.ปูตินเข้าสู่การเจรจาข้อตกลงเพื่อยุติสงครามในยูเครน ซึ่งขณะนี้ล่วงเข้าสู่ปีที่ 5 แล้ว

รัสเซียได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้จัดหาพลังงานรายสำคัญให้แก่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หลังจากสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิสราเอล กับอิหร่านได้ส่งผลให้มีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ และทำให้ภูมิภาคอาเซียนซึ่งมีประชากร 680 ล้านคนถูกตัดขาดจากน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่ขนส่งผ่านช่องแคบดังกล่าว

ทั้งนี้ แม้ว่าสหรัฐฯ และอิหร่านจะมีการลงนามในข้อตกลงสันติภาพเพื่อยุติสงครามในสัปดาห์นี้ แต่วิกฤตการณ์ดังกล่าวก็ได้ผลักดันให้สมาชิกอาเซียนหลายประเทศหันไปแสวงหาความร่วมมือด้านการจัดหาพลังงานกับรัสเซีย

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (17 มิ.ย. 69)