แบงก์ชาติฟิลิปปินส์ประกาศขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% รับมือความเสี่ยงเงินเฟ้อ

ธนาคารกลางฟิลิปปินส์ (BSP) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่ระดับ 4.75% ในการประชุมวันนี้ (18 มิ.ย.) ซึ่งเป็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยติดต่อกันครั้งที่สอง และสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ โดยมีเป้าหมายเพื่อรับมือกับภาวะเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นเป็นเวลานาน แม้ว่าสหรัฐอเมริกาและอิหร่านได้บรรลุข้อตกลงสันติภาพชั่วคราวแล้วก็ตาม

คณะกรรมการ BSP ระบุในแถลงการณ์ว่า แรงกดดันด้านเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง โดยอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นนั้น บ่งชี้ถึงแรงกดดันด้านราคาที่ขยายตัวเป็นวงกว้าง และผลกระทบระลอกสองซึ่งรวมถึงการคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น

แถลงการณ์ของ BSP ยังระบุด้วยว่า เมื่อพิจารณาอย่างรอบด้านแล้ว คณะกรรมการ BSP มีความเห็นว่า การคุมเข้มนโยบายการเงินเป็นสิ่งที่จำเป็น และการดำเนินนโยบายในวันนี้จะช่วยรักษาตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อให้อยู่ในกรอบ อีกทั้งจะช่วยบรรเทาความเสี่ยงจากผลกระทบระลอกสอง

นอกจากนี้ คณะกรรมการ BSP ส่งสัญญาณถึงความพร้อมที่จะคุมเข้มนโยบายการเงินเพิ่มเติมหากจำเป็น เพื่อให้มั่นใจว่าเงินเฟ้อจะกลับคืนสู่เป้าหมายที่ระดับ 3%

การเดินหน้าคุมเข้มนโยบายการเงินของ BSP ตอกย้ำถึงท่าทีที่ระมัดระวังของบรรดาธนาคารกลางในเอเชีย แม้ว่าสหรัฐฯ และอิหร่านได้ตกลงที่จะกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญก็ตาม โดยธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่ระดับ 1% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 31 ปี ในการประชุมเมื่อวันอังคาร (16 มิ.ย.) พร้อมส่งสัญญาณว่าจะปรับขึ้นอีกเพื่อสกัดความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ

ด้านธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 3.50%-3.75% ในการประชุมเมื่อวันพุธ (17 มิ.ย.) แต่ในรายงานคาดการณ์ทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Dot Plot) ของเฟด ระบุว่า มีเจ้าหน้าที่เฟดจำนวน 9 คนคาดการณ์ว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 1 ครั้งภายในสิ้นปี 2569 เพื่อรับมือกับเงินเฟ้อที่สูงขึ้น

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (18 มิ.ย. 69)