
แคนาดาประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้าผักกระป๋องในอัตรา 10% เป็นการชั่วคราว เพื่อปกป้องเกษตรกรและผู้ประกอบการแปรรูปอาหารภายในประเทศ ท่ามกลางความกังวลว่าการเปลี่ยนแปลงของกระแสการค้าโลกอาจส่งผลให้สินค้านำเข้าทะลักเข้าสู่ตลาดแคนาดา
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานเมื่อวันศุกร์ (19 มิ.ย.) โดยอ้างแถลงการณ์จากกระทรวงการคลังแคนาดาว่า มาตรการดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 19 มิ.ย. และจะมีผลเป็นระยะเวลาสูงสุด 200 วัน ขณะที่ทางการยังคงประเมินผลกระทบของการนำเข้าที่มีต่อผู้ผลิตภายในประเทศ
เจ้าหน้าที่ระบุว่า การตัดสินใจครั้งนี้เป็นผลจากการสอบสวนที่เริ่มขึ้นเมื่อต้นปี หลังมีความกังวลว่าการเปลี่ยนแปลงของทิศทางการค้าโลกอาจทำให้ปริมาณผักกระป๋องนำเข้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
มาตรการครั้งนี้มีขึ้นในช่วงที่รัฐบาลพยายามสนับสนุนผู้ผลิตสินค้าเกษตรและธุรกิจแปรรูปอาหารในประเทศ ซึ่งกำลังเผชิญแรงกดดันจากการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นของสินค้านำเข้า
กระทรวงการคลังแคนาดาระบุว่า กฎขององค์การการค้าโลก (WTO) เปิดทางให้ประเทศสมาชิกใช้มาตรการปกป้องทางการค้า (Safeguard Measures) ได้ หากการนำเข้าที่เพิ่มขึ้นมีความเสี่ยงสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อผู้ผลิตภายในประเทศ
อย่างไรก็ตาม มาตรการภาษีดังกล่าวจะไม่ครอบคลุมสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ เม็กซิโก อิสราเอล ชิลี และกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา โดยรัฐบาลแคนาดาระบุว่า การยกเว้นดังกล่าวเป็นไปตามพันธกรณีทางการค้าระหว่างประเทศของประเทศ
ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายการค้าระบุว่า มาตรการปกป้องทางการค้าเช่นนี้ไม่ค่อยถูกนำมาใช้บ่อยนัก แต่มีแนวโน้มที่จะได้รับความนิยมมากขึ้นในช่วงที่การค้าโลกเผชิญความไม่แน่นอนสูง
ก่อนหน้านี้ หลายประเทศและภูมิภาคได้ออกมาตรการจำกัดการนำเข้าสินค้าประเภทผักเช่นกัน โดยในเดือนก.พ. สหภาพยุโรป (EU) ได้เรียกเก็บภาษีตอบโต้การทุ่มตลาดกับข้าวโพดหวานจากจีน หลังแสดงความกังวลว่าสินค้าดังกล่าวถูกจำหน่ายในราคาที่ต่ำกว่าระดับที่เป็นธรรม
ทั้งนี้ ภาษีนำเข้าดังกล่าวจะยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไปในระหว่างที่ทางการแคนาดาประเมินผลกระทบของการนำเข้าที่มีต่อผู้ผลิตภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (20 มิ.ย. 69)





