กรอ. เคาะ 4 ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนศก. ตั้งอนุกก. 4 คณะเกาะติดแผนงาน รายงานคืบหน้าทุก 2 เดือน

ในการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุม ตลอดจนรัฐมนตรี และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และมุมมองในการพัฒนาและแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจร่วมกัน เพื่อให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจเป็นไปอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศ และนโยบายของรัฐบาล ตลอดจนเพื่อสนับสนุนและส่งเสริมบทบาทให้ภาคเอกชน ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ได้มีส่วนร่วมกับภาครัฐในการพัฒนาประเทศให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ที่ประชุมกำหนดกรอบประเด็นการขับเคลื่อนเชิงยุทธศาสตร์ เป้าหมายผลสัมฤทธิ์ (OKR) และการจัดกลุ่มการดำเนินงานภายใต้ กรอ. ที่ประชุมเห็นชอบกรอบประเด็นการขับเคลื่อนเชิงยุทธศาสตร์ 4 ด้าน ได้แก่

  1. ด้านการพัฒนาการลงทุนใหม่ของประเทศ
  2. ด้านการพัฒนาการค้า การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจชุมชน
  3. ด้านการยกระดับทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาเทคโนโลยี
  4. ด้านการพัฒนาการอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ เพื่อขับเคลื่อน 7 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ตามที่ฝ่ายเลขานุการเสนอ

นอกจากนี้ ที่ประชุมเห็นชอบแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ จำนวน 4 คณะ ดังนี้

  1. คณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการลงทุนใหม่ของประเทศ โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานอนุกรรมการ
  2. คณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการค้า การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจชุมชน โดยมีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานอนุกรรมการ
  3. คณะอนุกรรมการด้านการยกระดับทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาเทคโนโลยี โดยมีนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานอนุกรรมการ
  4. คณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ โดยมีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานอนุกรรมการ

ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้ประธาน โดยให้อนุกรรมการทั้ง 4 คณะ พิจารณาองค์ประกอบของคณะอนุกรรมการและอำนาจหน้าที่ตามที่เห็นเหมาะสม และส่งให้ฝ่ายเลขานุการดำเนินการตามขั้นตอน รวมทั้งให้คณะอนุกรรมการจัดทำประเด็นการขับเคลื่อนเชิงยุทธศาสตร์และจัดลำดับความสำคัญประเด็นการขับเคลื่อน Quick Big Win และ Big Win การกำหนดเป้าหมาย (Targets) และตัวชี้วัด (Measurable Indicator) พร้อมทั้งแผนการดำเนินงานและให้รายงาน ต่อ กรอ. ทุก 2 เดือน

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (22 มิ.ย. 69)