HILITE: โบรกมองบวก SNNP ส่งซิกพ้นจุดต่ำสุดล็อกเป้าครึ่งหลังโตขั้นบันได จ่อเร่งทำตลาดโกยยอดขายรับบอลโลก

บล.ดาโอ (ประเทศไทย) ระบุว่า นายวิโรจน์ วชิรเดชกุล รองกรรมการผู้จัดการอาวุโสสายงานธุรกิจในประเทศ บมจ.ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง [SNNP] เปิดเผยว่า แม้ช่วงแรกของการแข่งขันบอลโลก อาจยังไม่เห็นผลของยอดขายที่ชัดเจนนัก เนื่องจากจำนวนทีมฟุตบอลที่เพิ่มขึ้นทำให้ความเข้มข้นยังไม่สูง แต่บริษัทเชื่อว่าเมื่อเข้าสู่รอบลึก ๆ (รอบ 2 หรือ 3 เป็นต้นไป) ความสนใจของผู้บริโภคจะเพิ่มขึ้น โดยบริษัทเตรียมแผนการตลาดผ่านการเป็นสปอนเซอร์ให้เหล่า KOL และ Commentator ฟุตบอล เพื่อดึงดูดกลุ่มคนดูบอลทั้งที่ดูสด และติดตามผลวิเคราะห์

สำหรับผลประกอบการปี 69 นี้จะมีลักษณะการเติบโตขึ้นแบบ “ขั้นบันได” โดยไตรมาส 1/69 ถือเป็นจุดที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากปัจจัยภายนอกและสงคราม ขณะที่ไตรมาส 2/69 คาดว่าฟื้นตัว QoQ เนื่องจากบริษัทเริ่มปรับตัวได้ดีขึ้นในแง่การจัดการต้นทุนและกิจกรรมการตลาด คาดยอดขายโต QoQ ส่วนไตรมาส 3/69 มีแนวโน้มเติบโต QoQ ต่อ เนื่องจากมีแคมเปญใหญ่ ของแบรนด์สินค้าหลัก และไตรมาส 4/69 เป็นไตรมาสที่ดีที่สุด จาก high season และเป็นช่วงเก็บเกี่ยวผลจากแคมเปญต่างๆ

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางค่าขนส่งและวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้น SNNP ได้ใช้กลยุทธ์การบริหารจัดการภายในที่เข้มข้น ดังนี้ 1) การปรับสูตรผลิตภัณฑ์ (Formulation) สินค้า flagship อย่าง “เจเล่” และ “เบนโตะ” มีสูตรการผลิตสำรอง 3-4 สูตร เพื่อเลือกใช้สูตรที่มีต้นทุนวัตถุดิบดีที่สุดในขณะนั้น, 2) การปรับขนาด Packaging เนื่องจากสินค้าส่วนใหญ่ของบริษัทมีราคาคงที่ บริษัทจึงใช้วิธีปรับขนาดบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะสมเพื่อไม่ให้ต้นทุนขยับสูงเกินไป และ 3) การเพิ่มประสิทธิภาพโลจิสติกส์ มีการรวบรวมคำสั่งซื้อ (PO) เพื่อลดความถี่ในการส่งสินค้า และเปลี่ยนไปใช้รถขนส่งขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อความประหยัด

ด้านโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” บริษัทมองว่าส่งผลต่อยอดขายของบริษัทในลักษณะผลบวกทางอ้อม มากกว่าผลบวกโดยตรง โดยบริษัทจะได้รับผลดีทางอ้อมเมื่อพ่อค้าแม่ค้าที่ขายของในโครงการมีรายได้และกำไรมากขึ้น กลุ่มคนเหล่านี้จะมีกาลังซื้อเพิ่มขึ้น และกลับมาจับจ่ายใช้สอยในหมวดสินค้า Snack ของบริษัทในที่สุด

บล.ดาโอฯ มองเป็นบวกจากประเด็นข้างต้น โดย outlook ยังเป็นไปตามคาด ทั้งนี้ เราคาดกำไรปี 69 อยู่ในกรอบ 70-80 ล้านบาท ชะลอตัว YoY จาก GPM ที่ลดลง จากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ด้านกำไรขยายตัว QoQ เป็นไปตามฤดูกาล ด้านรายได้เวียดนามคาดขยายตัว QoQ หลังจบเทศกาล Tets ในไตรมาส 1/69

คงประมาณการกำไรปกติปี 69 ที่ 371 ล้านบาท (-28% YoY) กำไรชะลอตัว YoY จาก 1) รายได้รวม -3% YoY จากรายได้ในประเทศ -5% YoY จากการบริโภคฟื้นตัวช้าจากสภาวะสงคราม ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น และต่างประเทศ +8% โดยเวียดนามขยายตัว +16% YoY แต่ประเทศอื่นทรงตัว YoY, 2) GPM ลดลงเป็น 27.2% จาก 29.5% จากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นสภาวะสงคราม และ 3) tax rate ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากการรับรู้ภาษีเวียดนามเต็มปีเป็นปีแรก

ดังนั้น คงคำแนะนำ “ถือ” และคงราคาเป้าหมาย ที่ 6.20 บาท อิง 2026E PER 15x (ใกล้เคียงกับ -1.25 SD below 5-yr avg. PER)

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (22 มิ.ย. 69)

ข่าวล่าสุด