
ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดปรับตัวลง 4 วันทำการติดต่อกันในวันนี้ (22 มิ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจจะขึ้นดอกเบี้ย อย่างไรก็ดี ดัชนีลดช่วงลบจากที่ร่วงลงเกือบ 2% ในระหว่างวัน โดยนักลงทุนมีมุมมองบวกมากขึ้นหลังจากสหรัฐอเมริกาและอิหร่านมีความคืบหน้าในการเจรจาสันติภาพที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในวันนี้
ดัชนีฮั่งเส็งปิดที่ระดับ 23,768.52 จุด ลดลง 156.29 จุด หรือ -0.65%
หุ้น Tencent ลดลง 1.5%, Xiaomi ร่วงลง 3.8% และ Lenovo ปรับตัวลง 1.8% ส่วนหุ้น SMIC เพิ่มขึ้น 3.1%, Knowledge Atlas พุ่งขึ้น 15.1% และ Kingboard Laminates ทะยาน 11.4%
สำหรับสถานการณ์ความคืบหน้าในตะวันออกกลางนั้น แถลงการณ์ร่วมจากกาตาร์และปากีสถาน ซึ่งเป็นคนกลางในการเจรจาข้อตกลงสันติภาพ ระบุว่า สหรัฐฯ และอิหร่านเจรจารอบแรกเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องในโรดแมปเพื่อปูทางไปสู่การบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายภายใน 60 วัน
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ โดยในการประชุมเมื่อวันพุธที่แล้ว (17 มิ.ย.) คณะกรรมการเฟดมีมติคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 3.50%-3.75% แต่ในรายงานคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Dot Plot) บ่งชี้ว่า เจ้าหน้าที่เฟดจำนวน 9 รายคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 1 ครั้งภายในสิ้นปีนี้ และเฟดไม่ได้ส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ จากเดิมที่เคยส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ย 1 ครั้งในปีนี้
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (22 มิ.ย. 69)





