
DELTA ลบ 1.49% มาที่ 330 บาท หรือลดลง 5.00 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 620.42 ล้านบาท เมื่อเวลา 10.09 น.
บมจ.ลิเบอเรเตอร์ ระบุว่า บมจ.เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ [DELTA] ผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/69 คาดว่าจะดีน้อยกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ เนื่องจากการขาดแคลนวัตถุดิบ ส่งผลให้ยอดขายเติบโตต่ำกว่าเดิมเคยคาดว่าจะเติบโตในระดับ 15-20% QoQ แต่ปัจจุบันคาดว่าอาจเหลือเพียงเติบโต 6% QoQ อย่างไรก็ตาม ยังคงเพิ่มขึ้น 57% YoY อยู่ที่ 2,062 ล้านเหรียญสหรัฐฯ การเพิ่มขึ้นของยอดขายส่วนใหญ่มาจากสินค้ากลุ่มที่เกี่ยวข้องกับ Data Center และ AI
แต่คาดว่าแนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) จะอ่อนตัวลง QoQ มาอยู่ที่ 30% จากเดิม 31.7% เนื่องจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาดและได้รับผลกระทบจากปัญหาวัตถุดิบขาดแคลน ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 12% QoQ และ 82% YoY จากสัดส่วนการขายสินค้ากลุ่ม Data Center และ AI ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้คาดว่ากำไรปกติจะอยู่ที่ 8,308 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 84% YoY แต่ลดลง 3% QoQ
ทางฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการไว้ดังเดิม แม้แนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 2/69 อาจต่ำกว่าที่เคยคาดไว้ เนื่องจากปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการจัดหาวัตถุดิบจากแหล่งอื่น ๆ เพิ่มเติม คาดว่าจะช่วยให้ยอดขายกลับมาดีขึ้นอีกครั้งในช่วงครึ่งปีหลัง แต่ปัจจัยดังกล่าวยังถือเป็นความเสี่ยงหนึ่งในอนาคต ทั้งนี้ บริษัทยังคงเป้าหมายยอดขายเติบโต 25-29% YoY อัตรากำไรขั้นต้นที่ 30%+/- และค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยที่ 3.5% ของยอดขาย
เราคงประมาณการเดิมภายใต้ยอดขาย 8,423 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เติบโต 40% YoY และอัตรากำไรขั้นต้นที่ 31.9% ตามการเติบโตอย่างต่อเนื่องของกลุ่ม Data Center และ AI โดยคงประมาณการกำไรสุทธิที่ 39,171 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 58% YoY
แม้เราจะมีมุมมองเชิงบวกต่อการเติบโตตามเมกะเทรนด์ (Mega Trend) ที่เป็นปัจจัยหนุนหลักให้ผลการดำเนินงานเติบโตได้ดี แต่ในระยะสั้นแนวโน้มการดำเนินงานที่อาจน้อยกว่าคาดจะส่งผลกระทบต่อราคาหุ้นช่วงสั้นได้ จึงปรับไปใช้ราคาเหมาะสมของปี 70 เพิ่มเป็น 344 บาท อิง P/E 90 เท่า
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (23 มิ.ย. 69)





