
สำนักข่าวเกียวโดรายงานในวันนี้ (24 มิ.ย.) โดยอ้างแหล่งข่าวว่า พนักงานชาวญี่ปุ่นของบริษัทผู้ผลิตเครื่องจักรไฟฟ้าหนักรายใหญ่ในจีน ถูกทางการจีนควบคุมตัวตั้งแต่เดือนที่แล้ว โดยคาดว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับความพยายามลักลอบนำผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับแร่หายาก (rare earth) ออกนอกประเทศ ซึ่งเป็นสินค้าที่รัฐบาลจีนกำลังคุมเข้มการส่งออกอย่างเข้มงวด
ด้านรัฐบาลญี่ปุ่นออกมายืนยันว่า มีชาวญี่ปุ่น 2 คนถูกควบคุมตัวเมื่อเดือนพ.ค. ในข้อหาละเมิดกฎหมายลักลอบนำเข้าหรือส่งออกสิ่งของต้องห้าม แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเนื่องจากเหตุผลด้านความเป็นส่วนตัว อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวระบุตรงกันว่าหนึ่งในผู้ถูกจับกุมคือพนักงานของบริษัทผู้ผลิตเครื่องจักรไฟฟ้ารายดังกล่าว
มิโนรุ คิฮาระ โฆษกรัฐบาลญี่ปุ่น แถลงต่อสื่อมวลชนว่า สถานกงสุลญี่ปุ่นในเมืองเสิ่นหยางและต้าเหลียนทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ได้รับแจ้งจากศุลกากรท้องถิ่นว่ามีการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยทั้งสองรายเมื่อวันที่ 18 และ 25 พ.ค. ตามลำดับ พร้อมยืนยันว่าทั้งสองรายมีสุขภาพปกติ และจะติดต่อกับผู้เกี่ยวข้องและดำเนินการตามความเหมาะสมภายใต้หลักการคุ้มครองพลเมืองญี่ปุ่นในต่างประเทศ
แหล่งข่าวระบุเพิ่มเติมว่า ศุลกากรจีนมองว่าพฤติกรรมของพนักงานญี่ปุ่นรายนี้เข้าข่ายกระทำความผิด แต่ยังไม่มีข้อสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการจารกรรมข้อมูลแต่อย่างใด โดยเขาถูกรวบตัวที่เมืองต้าเหลียน ซึ่งเป็นเมืองท่าทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน
ก่อนหน้านี้ จีนได้ยกระดับการควบคุมการส่งออกสินค้าสองทาง (dual-use item) ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งในภาคพลเรือนและการทหาร รวมถึงแร่หายาก ตั้งแต่เดือนม.ค.
กระทรวงพาณิชย์ของจีนชี้แจงว่า มาตรการจำกัดการส่งออกนี้พุ่งเป้าไปที่บริษัทญี่ปุ่นเพียงไม่กี่รายเท่านั้น และจะไม่กระทบต่อการค้าและการทูตตามปกติระหว่างสองประเทศ พร้อมเสริมว่ามาตรการนี้มีขึ้นเพื่อยับยั้งไม่ให้ญี่ปุ่น “ฟื้นฟูกำลังทหาร” และหยุดยั้งความทะเยอทะยานด้านนิวเคลียร์
อย่างไรก็ตาม หอการค้าและอุตสาหกรรมญี่ปุ่นในจีนแย้งว่า มาตรการดังกล่าวลามไปกระทบถึงสินค้าที่ใช้ในเชิงพลเรือนด้วย โดยเห็นได้ชัดจากยอดส่งออกแม่เหล็กแร่แรร์เอิร์ธไปยังญี่ปุ่นที่หดตัวลง
ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนก.ค.ปีที่แล้ว ศาลจีนได้พิพากษาจำคุกชายชาวญี่ปุ่นรายหนึ่งซึ่งทำงานให้บริษัทแอสเทลลัส ฟาร์มา (Astellas Pharma) เป็นเวลา 3 ปี 6 เดือน ในข้อหาจารกรรม หลังถูกควบคุมตัวตั้งแต่เดือนมี.ค. 2566
ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวอาจเพิ่มความกังวลต่อภาคเอกชนญี่ปุ่นที่ดำเนินธุรกิจในจีน ท่ามกลางความตึงเครียดทางการทูตระหว่างสองประเทศที่ยังคงดำเนินอยู่ หลังนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ แสดงความเห็นในรัฐสภาเมื่อเดือนพ.ย.ปีที่แล้วว่า หากจีนแผ่นดินใหญ่โจมตีไต้หวัน กองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่นอาจเข้าร่วมปฏิบัติการด้วย
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (24 มิ.ย. 69)





