
ชีค โมฮัมเหม็ด บิน อับดุลเราะห์มาน อัล-ธานี นายกรัฐมนตรีของกาตาร์ เปิดเผยว่า กาตาร์มีแผนที่จะกลับมาดำเนินการผลิตก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ตามปกติภายในไม่กี่สัปดาห์ พร้อมระบุว่าการเจรจาระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง
ชีค อัล-ธานี เปิดเผยกับหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล ไทม์ส (Financial Times) ว่า ภายในไม่กี่สัปดาห์ กำลังการผลิตก๊าซ LNG ของกาตาร์จะกลับคืนสู่ภาวะปกติ ยกเว้นในส่วนของโรงงานที่ได้รับความเสียหาย พร้อมระบุว่า ทีมงานของกาตาร์ได้เตรียมความพร้อมมา 2-3 สัปดาห์แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัท กาตาร์เอนเนอร์จี (QatarEnergy) กำลังเตรียมการเพื่อให้การดำเนินงานกลับคืนสู่ภาวะปกติทันทีที่สถานการณ์ในช่องแคบกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
กาตาร์เอนเนอร์จีเป็นผู้ประกอบการโรงงานส่งออกก๊าซ LNG ที่ใหญ่ที่สุดในโลกในเมืองราส ลัฟฟาน แต่การผลิตส่วนใหญ่ต้องหยุดชะงักลงนับตั้งแต่ถูกอิหร่านโจมตีในช่วงต้นเดือนมี.ค. ส่งผลให้สายการผลิต 2 สาย ซึ่งคิดเป็นประมาณ 1 ใน 5 ของกำลังการผลิตรวมของโรงงานแห่งนี้ได้รับความเสียหาย นอกจากนี้ สงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยังส่งผลให้มีการปิดช่องแคบฮอร์มุซเกือบทั้งหมด
ทั้งนี้ กาตาร์เอนเนอร์จีกำลังเตรียมพร้อมสำหรับการเริ่มต้นการผลิตอีกครั้ง เนื่องจากความคืบหน้าในการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านส่งสัญญาณถึงการสิ้นสุดของสงครามและการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ซึ่งการที่กาตาร์กลับมาผลิตก๊าซ LNG อย่างเต็มรูปแบบอีกครั้ง จะช่วยบรรเทาภาวะอุปทานขาดแคลนทั่วโลก
อย่างไรก็ดี แม้สหรัฐฯ และอิหร่านได้ทำข้อตกลงสันติภาพชั่วคราว แต่ราคาเชื้อเพลิงในยุโรปและเอเชียยังคงสูงกว่าระดับก่อนเกิดสงคราม นอกจากนี้ แม้ว่ากาตาร์สามารถส่งออกก๊าซจากอ่าวเปอร์เซียไปยังประเทศผู้ซื้อในเอเชียได้บ้างแล้ว โดยใช้วิธีพรางตำแหน่งของเรือบรรทุกน้ำมันตามมาตรการความปลอดภัย แต่การส่งมอบเหล่านั้นยังคงต่ำกว่าระดับปกติอย่างมาก
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (24 มิ.ย. 69)





