
ตลาดหุ้นยุโรปปิดทรงตัวในวันพุธ (24 มิ.ย.) ขณะที่นักลงทุนประเมินความคืบหน้าของการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ส่วนหุ้น Rheinmetall ร่วงลงอย่างหนัก หลังเยอรมนียกเลิกโครงการจัดสร้างเรือฟริเกตขนาดใหญ่ที่เคยได้รับความสนใจอย่างมาก
- ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 [STOXX.X] ปิดที่ 635.16 จุด เพิ่มขึ้น 0.53 จุด หรือ +0.08%
- ดัชนี CAC-40 [CAC40.X] ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,385.49 จุด เพิ่มขึ้น 44.78 จุด หรือ +0.54%
- ดัชนี DAX [DAX.X] ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 24,740.36 จุด ลดลง 153.22 จุด หรือ -0.62% และ
- ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,461.63 จุด เพิ่มขึ้น 32.78 จุด หรือ +0.31%
หุ้น Rheinmetall ดิ่งลง 18.7% ซึ่งถือเป็นการปรับตัวลงรายวันที่รุนแรงที่สุดเป็นประวัติการณ์ หลังรัฐบาลเยอรมนียกเลิกแผนจัดสร้างเรือฟริเกต F126 จำนวน 6 ลำ เนื่องจากโครงการล่าช้าและมีแนวโน้มใช้งบประมาณสูงกว่าที่คาด โดยก่อนหน้านี้ Rheinmetall ถูกมองว่าเป็นตัวเต็งที่จะได้รับสัญญาดังกล่าว
รัฐบาลในกรุงเบอร์ลินจะหันไปใช้เรือฟริเกตขนาดเล็กกว่า รุ่น Meko A-200 จากหน่วยธุรกิจต่อเรือ TKMS ของ Thyssenkrupp แทน ส่งผลให้หุ้น TKMS พุ่งขึ้น 16%
ดัชนีหุ้นกลุ่มอากาศยานและกลาโหมปรับตัวลง 0.8% ขณะที่หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมใน STOXX 600 ลดลง 0.2%
นักวิเคราะห์ของ Morningstar กล่าวว่า สถานการณ์ทั่วโลกยังคงมีความไม่แน่นอนสูงและสงครามยังดำเนินต่อไป ซึ่งโดยปกติควรเป็นปัจจัยสนับสนุนความเชื่อมั่นต่อหุ้นกลุ่มกลาโหม แต่ในเวลานี้กลับไม่เกิดขึ้น
หุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับสินค้าโภคภัณฑ์เป็นกลุ่มที่ปรับตัวลงมากที่สุดใน STOXX 600 โดยหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ลดลง 2.5% และหุ้นกลุ่มพลังงานร่วง 2.3% ตามทิศทางราคาน้ำมันและโลหะที่อ่อนตัวลง
ในทางกลับกัน หุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์พุ่งขึ้น 3% นำโดยหุ้น Segro ที่ทะยานขึ้น 17.4% หลังบริษัท Prologis จากสหรัฐฯ เปิดเผยข้อเสนอเข้าซื้อกิจการ Segro มูลค่า 1.66 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่อสาธารณะ ภายหลังบริษัทผู้ให้เช่าคลังสินค้ารายดังกล่าวปฏิเสธข้อเสนอซื้อกิจการ โดยหุ้น Segro ทำสถิติพุ่งขึ้นระหว่างวันมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2552
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีกลับมาปรับตัวลง 0.3% หลังจากก่อนหน้านี้เพิ่งเผชิญการร่วงลงรายวันที่รุนแรงที่สุดในรอบเกือบ 5 เดือน
หุ้น Infineon ลดลง 1.2% ขณะที่หุ้นผู้ผลิตอุปกรณ์สำหรับอุตสาหกรรมชิปอย่าง BE Semiconductor และ ASML ปรับตัวลง 1.3% และ 0.5% ตามลำดับ
แม้ว่าหุ้นกลุ่มหน่วยความจำในเอเชียจะฟื้นตัวในวันเดียวกัน แต่หุ้นกลุ่มดังกล่าวในสหรัฐฯ เคลื่อนไหวทั้งบวกและลบ ก่อนการประกาศผลประกอบการรายไตรมาสของ Micron
นักวิเคราะห์ของ State Street Investment Management กล่าวว่า การเทขายหุ้นเทคโนโลยีครั้งนี้มีลักษณะคล้ายกับการปรับฐานระยะสั้นที่เกิดขึ้นหลายครั้งในปีนี้ ซึ่งโดยทั่วไปมักกินเวลาไม่กี่วัน
นักวิเคราะห์กล่าวเพิ่มเติมว่า เหตุการณ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นในตลาดที่มีนักลงทุนรายย่อยเข้ามามีบทบาทสูง และมีแนวโน้มเป็นผลจากนักลงทุนระยะสั้นที่ทยอยขายทำกำไร
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านเริ่มต้นขึ้น หลังความกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักของอุปทานคลี่คลายลงจากข้อตกลงสันติภาพ อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงระมัดระวัง เนื่องจากยังมีความเห็นที่แตกต่างกันเกี่ยวกับเงื่อนไขสำคัญของข้อตกลงดังกล่าว
ด้านข้อมูลเศรษฐกิจ ความเชื่อมั่นภาคธุรกิจของเยอรมนีปรับตัวดีขึ้นในเดือนมิ.ย. โดยบริษัทต่าง ๆ มีมุมมองเชิงบวกต่อสถานการณ์ปัจจุบันมากที่สุดในรอบเกือบ 2 ปี
ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังจับตาสัญญาณเกี่ยวกับแนวโน้มนโยบายการเงินของธนาคารกลางรายใหญ่ทั่วโลก โดยข้อมูลที่รวบรวมโดย LSEG บ่งชี้ว่า ตลาดยังคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% ภายในสิ้นปีนี้
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (25 มิ.ย. 69)





