ผ่านฉลุย!! สภาฯ มติเอกฉันท์รับหลักการร่างพ.ร.บ.โอนงบฯ 69 วาระแรก ลุยถกวาระ 2-3 วันที่ 2 ก.ค.นี้

ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติเอกฉันท์ 462 เสียง รับหลักการร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. …. งดออกเสียง 1 เสียง ซึ่งคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ และมีมติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา จำนวน 25 คน มีสัดส่วน ครม. จำนวน 6 คน และสภาฯ 19 คน ตามสัดส่วนสส.ภูมิใจไทย 8 คน พรรคประชาชน 5 คน พรรคเพื่อไทย 3 คน พรรคกล้าธรรม 2 คน และพรรคประชาธิปัตย์ 1 คน ซึ่งจะนำกลับเข้ามาสู่การพิจารณา วาระ 2 และ วาระ 3 ในวันที่ 2 กรกฎาคมนี้

“เอกนิติ” ย้ำโอนงบฯ เตรียมรับมือความผันผวนวิกฤตเศรษฐกิจ-พลังงาน

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในการพิจารณาร่างพ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ 2569 ในวาระแรกว่า ที่ผ่านมาประเทศไทย และหลายประเทศ ประสบวิกฤตเศรษฐกิจ ตั้งแต่สงครามตะวันออกกลาง ความผันผวนราคาพลังงาน ซึ่งเป็นวิกฤตซ้อนวิกฤต ทำให้ค่าครองชีพ และต้นทุนสูง ประชาชนได้รับผลกระทบ จนกลายเป็นวิกฤตปากท้อง

ประกอบกับปีที่ผ่านมา ประเทศไทยประสบวิกฤตชายแดน และวิกฤตน้ำท่วม รวมถึงปีนี้อาจจะวิกฤตภัยแล้งด้วย แต่ด้วยงบประมาณที่มีอยู่จำกัด รัฐบาลจึงได้พยายามบริหารจัดการ ใช้ทุกเครื่องมือทุกกลไกในการดูแลและเยียวยาประชาชน ซึ่งกระทรวงการคลังได้พยายามเร่งการเบิกจ่ายควบคู่กับการตัดงบรายจ่ายที่ไม่จำเป็น และเมื่อตรวจสอบจริง กระบวนการที่ยังไม่ทำการจัดซื้อจัดจ้างเหลืออยู่ไม่มาก จึงเป็นที่มาที่งบเหลือแค่หมื่นกว่าล้านบาท จึงนำงบนี้มาใส่ในงบกลางเพื่อรองรับความผันผวนวิกฤตต่างๆ ทั้งเศรษฐกิจและพลังงาน

“ผมก็เสียใจครับ ที่ทุกคนอาจจะมองว่า ผมไม่ให้ความสำคัญกับวินัยการคลัง หรือยอมการเมือง แต่สิ่งพิสูจน์ให้เห็นแล้ว การที่ผมดำเนินนโยบายการคลัง คำนึงทุกความสมดุลทุกอย่างทั้งการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เร่งเบิกจ่ายให้มีประสิทธิภาพ ดูแลประชาชน ท่านอาจไม่เชื่อผม แต่สถาบันจัดอันดับทั้ง S&P และมูดี้ส์เชื่อผม และได้ปรับมุมมองจากที่เศรษฐกิจเป็นลบก็ปรับเศรษฐกิจไทยมีเสถียรภาพ นี้คือข้อเท็จจริงที่ผมยืนหลักรักษาวินัยการเงินคลัง ควบคู่กับสิ่งที่ดูแลเศรษฐกิจไทยให้เติบโตได้”นายเอกนิติ กล่าว

ทั้งนี้ นายเอกนิติ กล่าวว่า จากการที่ตนเร่งรัดให้มีการเบิกจ่าย ส่งผลให้อัตราการเบิกจ่ายสูงกว่าหลายปีที่ผ่านมา โดยไตรมาส 1 การลงทุนภาครัฐ 13.3% ไตรมาสที่ 2 โต 9.4% และข้อมูลล่าสุด โตกว่า 10% ดังนั้น เราต้องรักษาสมดุลการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ พร้อมกับการดูแลเยียวยาประชาชน พร้อมย้ำว่า เม็ดเงินที่เหลือจะเอามาใส่ในงบกลางเพื่อเป็นกระเป๋าสำรอง สำหรับเหตุการณ์ที่ยังไม่แน่นอน หรือรองรับวิกฤตพลังงานและภัยแล้ง จึงจำเป็นต้องมีงบตรงนี้รองรับสถานการณ์ที่ฉุกเฉิน

อย่างไรก็ตาม นายเอกนิติ ขอบคุณทุกข้อสังเกต ข้อเสนอแนะต่างๆ และยืนยันว่า รัฐบาลจะใช้งบประมาณมีประสิทธิภาพสูงสุด ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ฟื้นฟูการแข่งขันของประเทศ พร้อมกับดูแลเยียวยาประชาชน และขอให้กรรมาธิการฯ นำความเห็นไปประกอบการพิจารณาด้วยความรอบคอบ ยึดถือประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (25 มิ.ย. 69)