ภาวะตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT: ธัญพืชปิดบวกทั้งกระดาน แรงซื้อคืน-กังวลสภาพอากาศหนุนราคา

ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT ในวันพฤหัสบดี (25 มิ.ย.) สัญญาธัญพืชปิดบวกทั้งกระดาน โดยสัญญาข้าวโพดปรับตัวขึ้นหลังเกิดสัญญาณกลับตัวทางเทคนิคที่สำคัญ โดยได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลง และการที่นักลงทุนจับตาการคาดการณ์สภาพอากาศร้อนจัดและระบบความกดอากาศสูงที่จะปกคลุมพื้นที่เพาะปลูกข้าวโพดในแถบ Corn Belt ของสหรัฐฯ ในช่วงสุดสัปดาห์นี้

ทั้งนี้ สัญญาข้าวโพดส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 7.75 เซนต์ หรือ +1.90% ปิดที่ระดับ 4.1475 ดอลลาร์/บุชเชล, สัญญาข้าวสาลีส่งมอบเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 5.50 เซนต์ หรือ +0.92% ปิดที่ระดับ 6.0150 ดอลลาร์/บุชเชล และสัญญาถั่วเหลืองส่งมอบเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 22.00 เซนต์ หรือ +1.94% ปิดที่ระดับ 11.5700 ดอลลาร์/บุชเชล

สัญญาข้าวโพดยุติการร่วงลงติดต่อกัน 4 วัน ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกกดดันจากการเทขายของกองทุน ราคาน้ำมันดิบที่อ่อนตัว และเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้น

สัญญาถั่วเหลืองพุ่งขึ้นเช่นกันจากความกังวลเกี่ยวกับสภาพอากาศ ขณะที่นักลงทุนกลับเข้ามารับความเสี่ยงในตลาดอีกครั้ง หลังจากกองทุนได้เร่งปิดสถานะในสัญญาข้าวโพดและถั่วเหลือง รวมถึงนักลงทุนทยอยปิดสถานะในสัญญาที่ใกล้หมดอายุและย้ายการลงทุนไปยังสัญญาเดือนถัดไป โดยนักวิเคราะห์ระบุว่า การปรับตัวขึ้นของตลาดน้ำมันถั่วเหลืองยังช่วยหนุนราคาด้วย

ด้านสัญญาข้าวสาลีปรับตัวขึ้นเช่นกัน โดยนักลงทุนให้ความสนใจกับความเสียหายที่อาจเกิดจากคลื่นความร้อนในยุโรปตะวันตก และความกังวลเกี่ยวกับการเก็บเกี่ยวข้าวสาลีในซีกโลกเหนือ

รายงานภาวะพืชผลล่าสุดของกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA) ระบุว่า พื้นที่เพาะปลูกข้าวโพดและถั่วเหลืองของสหรัฐฯ ราวสองในสามยังอยู่ในเกณฑ์ดีถึงดีมาก ซึ่งสะท้อนถึงสภาพการเพาะปลูกที่เอื้ออำนวยในภูมิภาคมิดเวสต์ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนระบุว่า ความสนใจในวันพฤหัสบดีได้เปลี่ยนไปอยู่ที่แนวโน้มสภาพอากาศของสหรัฐฯ ในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของสหรัฐฯ คาดว่า อุณหภูมิในช่วงสุดสัปดาห์นี้อาจแตะระดับ 100 องศาฟาเรนไฮต์ ตั้งแต่พื้นที่ตอนบนของมิดเวสต์ไปจนถึงรัฐแคโรไลนา และคาดว่าอากาศที่ร้อนกว่าปกติจะปกคลุมตั้งแต่พื้นที่ราบเกรตเพลนส์ไปจนถึงชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกอย่างน้อยจนถึงวันที่ 4 ก.ค.

ดอน รูส ประธานบริษัท U.S. Commodities กล่าวว่า ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนตลาดในขณะนี้คือสภาพอากาศ

รูสกล่าวว่า สิ่งที่น่ากังวลคือช่วงเวลาที่คลื่นความร้อนจะเกิดขึ้น เนื่องจากในบางพื้นที่ของมิดเวสต์ตอนบนและเกรตเพลนส์ ระบบรากของต้นข้าวโพดและถั่วเหลืองอาจยังหยั่งลึกไม่เพียงพอ จึงมีความอ่อนไหวต่อความเสียหายจากการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิอย่างรุนแรง โดยเฉพาะหากอุณหภูมิในเวลากลางคืนยังคงสูงจนพืชไม่ได้พักฟื้น อีกประเด็นที่ตลาดกังวลคือ คลื่นความร้อนดังกล่าวจะยาวนานเพียงใด

นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอคอยการเปิดเผยข้อมูลพื้นที่เพาะปลูกและสต็อกธัญพืชของ USDA ซึ่งมีกำหนดเผยแพร่ในวันที่ 30 มิ.ย. โดยรายงานฉบับนี้ถือเป็นหนึ่งในข้อมูลที่ตลาดติดตามมากที่สุด เนื่องจากจะสะท้อนปริมาณธัญพืชที่เกษตรกรสหรัฐฯ อาจยังคงเก็บรักษาไว้ในฟาร์มของตนเอง

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 มิ.ย. 69)