
นายกล้าหาญ สุขไสว กรรมการผู้จัดการ บมจ.ราชพัฒนา เอ็นเนอร์ยี [SCG] กล่าวว่า ในปี 69 บริษัทมุ่งหน้าสู่การเติบโตระลอกใหม่ โดยล่าสุดปิดดีลขายไฟให้นักลงทุนในอุตสาหกรรม Data Center ที่เข้าลงทุนในพื้นที่สวนอุตสาหกรรมสหพัฒน์-ศรีราชา ขนาด 60 เมกะวัตต์ โดยคาดว่าภายในปี 71 เมื่อเริ่มจ่ายไฟฟ้า ซึ่งจะหนุนผลประกอบการ Turnaround อย่างแน่นอน พร้อมตั้งเป้าดันสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนทะลุ 50% ภายในปี 2571
“ปี 69 ยังคงเป็นช่วงของการหว่านพืช เพื่อที่จะผลิดอกออกผลในอนาคต โดยโครงการ Data Center ที่พึ่งได้ดีลไปคาดใช้เวลาราว 18 เดือนในการก่อสร้าง และการก่อสร้างสายส่งไฟฟ้า (Transmission Line) จากโรงไฟฟ้าของบริษัทไปยังโครงการนั้น คาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการประมาณราว 18 เดือนเช่นเดียวกัน ซึ่งหากเริ่มจ่ายไฟได้เมื่อไหร่ มั่นใจว่าผลประกอบการจะเกิดการ Turn around อย่างแน่นอน” นายกล้าหาญ กล่าว
ทั้งนี้ SCG แจ้งผลประกอบการล่าสุด ไตรมาส 1/69 ขาดทุนสุทธิ 26.21 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิต่อหุ้น 0.023 บาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 20.3 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิต่อหุ้น 0.017 บาท
สำหรับความคืบหน้าการเจรจาลูกค้ากลุ่ม Data Center รายอื่น ๆ ปัจจุบันมีติดต่อเข้ามาหลายราย แต่เนื่องจากกำลังการผลิตไฟฟ้า (Capacity) เต็มแล้ว ดังนั้น การรองรับลูกค้ารายใหม่ๆ ในอนาคต บริษัทจึงจำเป็นต้องพิจารณารูปแบบธุรกิจใหม่ เช่น สร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มเติม หรือการขยายโครงการโซลาร์เซลล์เพื่อตอบโจทย์ดีมานด์ที่สูงขึ้น ซึ่งจะมีความแตกต่างจากเฟสแรกที่บริษัทมีกำลังผลิตสำรองพร้อมขายได้ทันที
ส่วนประเด็นที่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เตรียมจัดระเบียบการซื้อขายไฟฟ้าให้กับ Data Center นายกล้าหาญ ระบุว่า เห็นด้วยอย่างยิ่ง เนื่องจากการสร้าง Data Center หนึ่งแห่งต้องใช้ไฟฟ้าสูง การมีหน่วยงานกลางเข้ามาควบคุมและตรวจสอบความพร้อมจะช่วยป้องกันปัญหาการจองไฟฟ้าในพื้นที่ที่ไม่มีโครงข่ายไฟฟ้ารองรับเพียงพอ หรือป้องกันการย้อมแมวโครงการที่ไม่มีความพร้อมจริง ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นคงให้แก่ระบบโครงข่ายไฟฟ้า (Grid System) ในภาพรวม
สำหรับเป้าหมายด้านกำลังการผลิต ภายในสิ้นปี 69 นี้ บริษัทคาดว่าจะมีกำลังการผลิตรวมราว 200 เมกะวัตต์ จากปัจจุบัน 190 เมกะวัตต์ ซึ่งส่วนใหญ่ใช้เชื้อเพลิงจากก๊าซธรรมชาติ โดยมีโครงการ Solar rooftop ในไปป์ไลน์อีก 5 เมกะวัตต์ เตรียมจะเริ่มจ่ายไฟเชิงพาณิชย์ (COD)
นอกจากนี้ SCG ยังมีโครงการที่บริษัทในเครือชนะการประมูลโครงการจัดหาไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) ปี 2565-2573 สำหรับกลุ่มไม่มีต้นทุนเชื้อเพลิง (เพิ่มเติม) พ.ศ. 2567 รวม 6 โครงการ รวมปริมาณซื้อขายไฟฟ้าตามสัญญา 325 เมกะวัตต์ ซึ่งปัจจุบันได้รับสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เรียบร้อยแล้ว 4 โครงการ รวม 200 เมกะวัตต์ และเตรียมลงนามเพิ่มอีก 100 เมกะวัตต์เร็วๆ นี้
สำหรับทิศทางในช่วงครึ่งปีหลัง คาดการณ์ว่าสถานการณ์สงครามน่าจะผ่อนคลายลงและ ราคาก๊าซธรรมชาติน่าจะเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ภาครัฐสามารถกำหนดนโยบายค่าไฟฟ้า (FT) ให้สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริงได้ดีขึ้น ซึ่งปัจจัยดังกล่าวจะส่งผลบวกโดยตรงต่อเสถียรภาพทางรายได้และผลประกอบการของบริษัทให้ดีขึ้นตามไปด้วย
ปิดตลาดภาคเช้า ราคาหุ้น SCG อยู่ที่ 2.94 บาท เพิ่มขึ้น 0.40 บาท (+15.75%)
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 มิ.ย. 69)





