สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันจันทร์ (29 มิ.ย.) หลังจากมีรายงานว่าสหรัฐอเมริกาและอิหร่านได้เปิดฉากโจมตีกันในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนถึงความเปราะบางของข้อตกลงสันติภาพระหว่างสองฝ่าย ขณะที่นักลงทุนจับตาสัญญาณบ่งชี้ถึงแนวโน้มการฟื้นตัวของการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
- ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 1.52 ดอลลาร์ หรือ 2.2% ปิดที่ 70.75 ดอลลาร์/บาร์เรล
- ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) [BRENT.X] ส่งมอบเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 1.16 ดอลลาร์ หรือ 1.61% ปิดที่ 73.15 ดอลลาร์/บาร์เรล
สหรัฐฯ ได้โจมตีเป้าหมายต่าง ๆ ในอิหร่านในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยอ้างเหตุผลว่าอิหร่านยังคงโจมตีเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่อิหร่านได้ตอบโต้ด้วยการโจมตีฐานที่มั่นทางทหารของสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง
ต่อมาสำนักข่าว Axios รายงานโดยอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เมื่อวันอาทิตย์ (28 มิ.ย.) ว่า สหรัฐฯ และอิหร่านได้ตกลงระงับการโจมตีกันและกันเป็นการชั่วคราว และเปิดทางให้เรือพาณิชย์สามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างเสรี ในขณะที่การเจรจาในระดับเทคนิคจะยังคงดำเนินต่อไป นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายจะจัดการเจรจาในวันอังคารที่ 30 มิ.ย. ณ กรุงโดฮา เมืองหลวงของประเทศกาตาร์ เพื่อหาทางออกให้กับข้อพิพาทเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซ
อย่างไรก็ตาม คาเซม การิบาบาดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านฝ่ายกฎหมายและกิจการระหว่างประเทศ กล่าวว่า การเจรจาทางเทคนิคระหว่างคณะทำงานของอิหร่านและสหรัฐฯ จะยังไม่เกิดขึ้นในสัปดาห์นี้ ซึ่งถือเป็นการปฏิเสธรายงานของสื่อที่ระบุว่า การเจรจาทางเทคนิคจะมีขึ้นที่กรุงโดฮาในวันอังคาร
นอกจากนี้ การีบาบาดีเปิดเผยกับสื่อของรัฐบาลอิหร่านว่า ผู้เชี่ยวชาญของอิหร่านและโอมานจะเริ่มการเจรจาเกี่ยวกับการกำหนดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซใหม่ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า พร้อมเสริมว่าอิหร่านจะพยายามขัดขวางเรือลำใดก็ตามที่อยู่นอกเส้นทางที่กำหนดไว้
ด้านนายเมห์ดี ฟาซาเอลี สมาชิกสำนักงานพิทักษ์และเผยแพร่ผลงานของผู้นำสูงสุดของอิหร่าน กล่าวว่า การเจรจาทางเทคนิคระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ เดิมมีกำหนดเริ่มขึ้นในวันอังคารที่ 30 มิ.ย. แต่ฝ่ายอิหร่านเป็นผู้ตัดสินใจยกเลิก เนื่องจากสหรัฐฯ ได้โจมตีอิหร่านในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และเนื่องจากสหรัฐฯ มีความล่าช้าในการปฏิบัติตามเงื่อนไขบางประการของอิหร่านที่กำหนดไว้ใน MOU
นักวิเคราะห์จาก Gelber & Associates กล่าวว่าการส่งออกน้ำมันดิบจากอ่าวเปอร์เซียกำลังฟื้นตัวอย่างรวดเร็วสู่ระดับ 75% ของระดับก่อนเกิดสงคราม แต่นักวิเคราะห์อีกหลายรายมองว่าการสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังห่างไกลจากการฟื้นตัวอย่างเต็มศักยภาพ ซึ่งทำให้ราคาน้ำมันยังคงปรับตัวสูงขึ้น
ข้อมูลการขนส่งทางเรือแสดงให้เห็นว่า กลุ่มผู้ผลิตในตะวันออกกลางกำลังเดินหน้าขนถ่ายน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) แม้จะเกิดเหตุการณ์โจมตีเรือครั้งใหม่ในช่องแคบฮอร์มุซ และมีการโจมตีตอบโต้กันระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา
อารามโค (Aramco) บริษัทน้ำมันรายใหญ่ของซาอุดีอาระเบียได้กลับมาขนถ่ายน้ำมันดิบอีกครั้งเมื่อวันศุกร์ (26 มิ.ย.) ที่คลังขนส่งราสทานูรา ทางตะวันตกของช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากที่หยุดชะงักไปนานเกือบ 4 เดือน โดยการขนถ่ายน้ำมันยังคงดำเนินต่อไป แม้ว่าจะเกิดเหตุเฮลิคอปเตอร์ของบริษัทตกเมื่อวันอาทิตย์ที่คลังราสทานูรา ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 14 ราย โดยยังไม่ทราบสาเหตุของการตกในครั้งนี้
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (30 มิ.ย. 69)





