
พรรคประชาชน เคาะส่ง น.ส.ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ว่าที่ สก. เขตบางซื่อ ชิงตำแหน่งประธานสภากรุงเทพมหานคร เปิดวาระ 6 เดือนแรกสภา กทม. ดันข้อบัญญัติไซต์ก่อสร้างปลอดภัย-คุมอาคารเก่า
น.ส.ภัทราภรณ์ กล่าวว่า สิ่งที่ตนในฐานะแคนดิเดตประธานสภา กทม. ของพรรคประชาชน เสนอ คือ การยึดถือวาระการทำงานเป็นที่ตั้ง สิ่งที่เราผลักดันมาตลอด คือ สภาโปร่งใส โดยอันดับแรกคือ การเปิดเผยผลการลงมติของ สก.ทุกคนให้เป็นอัตโนมัติ โดยเราจะแก้ไขข้อบังคับจากเดิมไม่มีการเปิดเผยผลการลงมติ โดยเราจะคืนความปกติให้กับสภา กทม. ให้เปิดเผยผลมติทุกครั้งอย่างอัตโนมัติเหมือนสภาใหญ่ที่ทำมาแล้ว
อันดับต่อไป คือ การไลฟ์สดการประชุมคณะวิสามัญงบประมาณรายจ่ายประจำปีของกรุงเทพมหานคร แต่หากวาระไหนที่ประชุมแล้วมีชื่อบริษัทที่อาจจะมีความเสี่ยง หรือเกี่ยวกับความมั่นคง ก็สามารถที่จะพักการถ่ายทอดสดได้
และอันดับถัดไป คือ ประสิทธิภาพในการทำงานของ สก. ที่จะเปิดเผยการเข้าประชุมของ สก. ว่าในการประชุมกรรมการสามัญและกรรมการวิสามัญ สก.ท่านนั้น เข้าประชุมบ่อยแค่ไหน
อันดับต่อมาที่สำคัญมาก คือ จะแก้ไขข้อบัญญัติเพื่อให้เอกสารที่ฝ่ายบริหารจะส่งมาให้สภา กทม.ในการตรวจสอบงบรายจ่ายประจำปีจะต้องมี Machine Readable แนบมาด้วย เพื่อให้มีการพิจารณาอย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ จะผลักดันให้มีการจัดตั้งสำนักงานวิชาการ และงบประมาณของสภา กทม. ที่จะเข้ามาสนับสนุนการทำงานเรื่องงบประมาณของ สก. โดยการวิเคราะห์งบประมาณมาล่วงหน้าแล้วว่ารายการต่าง ๆ นั้น มีความต่างจากราคากลางเท่าไร บริษัทที่เสนอมานั้นเสนอโครงการใดอีกบ้าง ย้อนหลังไปกี่ปี สนับสนุนข้อมูลในการร่างข้อบัญญัติให้ สก.ด้วย เพราะที่ผ่านมา เป็นการทำงานร่วมกับฝ่ายกฎหมายซึ่งไม่เพียงพอ
ส่วนสุดท้ายสิ่งจะผลักดันให้เกิดขึ้นให้ได้ คือ การจัดตั้งคณะกรรมการวิสามัญตรวจสอบสัญญาผูกขาด โดยเราจะตั้งคณะกรรมการนี้ขึ้นมาเพื่อทบทวนสัญญาระยะยาวของกรุงเทพมหานคร ที่มีวงเงินเกิน 100 ล้านบาทขึ้นไปที่ทำกับเอกชน โดยเราจะเน้นไปสัญญาที่เกี่ยวข้องกับโรงขยะ การให้สัญญาสัมปทานกรุงเทพมหานคร และการจัดซื้อจัดจ้างระยะยาวในระบบไอทีต่างๆ ที่มีความเสี่ยงที่จะทุจริต
“ดิฉัน ในฐานะแคนดิเดตประธานสภากรุงเทพมหานคร ของพรรคประชาชน เราตั้งใจว่าเราจะผลักดันวาระเหล่านี้ให้ได้ และคาดหวังว่าเพื่อนสมาชิก หลายคนในสภากรุงเทพมหานคร จะเห็นวาระนี้ตรงกันกับเรา จึงขอเชิญชวนเพื่อนสมาชิกให้เข้ามาร่วมกันกับเรา สิ่งที่เราผลักดันมาตลอด 4 ปี เราต้องการให้สภาแห่งนี้เป็นสภาที่โปร่งใส ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ มีประสิทธิภาพในการทำงาน” น.ส.ภัทราภรณ์ กล่าว
ด้านนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ทีมบริหารผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน กล่าวว่า การจะขับเคลื่อนวาระเมืองให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว พรรคประชาชน จึงมีความเห็นว่าเราต้องการประธานสภา กทม. ที่เข้าใจวาระเมือง และยึดมั่นอุดมการณ์ที่จะทำให้สภาโปร่งใส มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยบุคคลที่เราเห็นพ้องต้องกันที่จะสนับสนุนให้เป็นประธานสภา กทม. คือ น.ส.ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ว่าที่ สก.เขตบางซื่อ ซึ่งขณะนี้มีอย่างน้อย 4 คนแล้วที่เห็นตรงกัน และมาพูดคุย เข้าใจว่าสามารถกำหนดวาระในการทำงานร่วมกันแล้ว ขณะนี้สามารถนับ 22+4 ไปได้แล้ว อย่างไรก็ตาม ยังมีว่าที่ สก.อีกหลายคนที่เรายังหารือกันอยู่
นอกจากนี้ พรรคพร้อมผลักดันสภาโปร่งใส ในยุคผู้ว่าฯ ชัชชาติ 2 โดยจะมีวาระสำคัญของสภา กทม. คือ
1.ข้อกำหนดไซต์ก่อสร้างปลอดภัย เพื่อให้ใช้ก่อสร้างทุกแห่งในกรุงเทพฯ มีการติดตั้งกล้องวงจรปิด มีการเปิดเผยสัญญาประกันภัย มีการเข้มงวดและดูแลเรื่องของความปลอดภัย เพื่อลดอุบัติเหตุบริเวณไซต์ก่อสร้าง หรือเมื่อมีเหตุเกิดขึ้นประชาชนจะได้รับความคุ้มครองการดูแลการชดเชยจากประกันภัยอย่างเต็มที่
2.ข้อบัญญัติควบคุมอาคาร เพื่อให้อาคารเก่าทั้งหมดในกรุงเทพฯ มีมาตรฐานในการตรวจสอบ มีการปลดล็อกเอาอาคารที่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยมาใช้งาน เพื่อประโยชน์สาธารณะของชาวกรุงเทพฯ เช่น เรื่องการทำฟู้ดคอร์ทในราคาย่อมเยา เป็นต้น รวมถึงอาคารขนาดใหญ่ที่อาจจะต้องมีข้อบัญญัติกำกับให้มีการจัดสรรพื้นที่ไว้สำหรับจอดรถเมล์หรือรถสาธารณะ เพื่อคลี่คลายปัญหาการจราจรในห้างสรรพสินค้าหรืออาคารใหญ่
นอกจากนี้ 2 ข้อบัญญัติดังกล่าวแล้ว ยังมีข้อบังคับที่เราจะเพิ่มขึ้นมาด้วย คือ ข้อบังคับการประชุมสภา ซึ่งเป็นวาระที่เหมาะสมอย่างมากที่เราจะขับเคลื่อนสภา กทม. ให้มีความโปร่งใส ทุกการประชุมเมื่อมีมติใด ๆ ชาวกรุงเทพฯ ควรที่จะได้รับรู้ด้วย ทุกอย่างต้องมีการเปิดเผยเป็นสาธารณะว่ามีโครงการใดเกิดขึ้นบ้าง ใช้งบประมาณเท่าไร ใช้จ่ายไปอย่างไร ซึ่งทั้ง 3 เรื่องนี้ เป็นเรื่องสำคัญ
ขณะที่คณะกรรมการวิสามัญนั้น จะมี 2 ชุดที่จะตั้งขึ้นมาทันที คือ
1. คณะกรรมการวิสามัญศึกษาแนวทางการแก้ปัญหาการส่งตัวผู้มีสิทธิ์บัตรทองในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีหลายคนที่ชื่อของเขาสังกัดอยู่ในคลินิก และเมื่อต้องการการรักษาตัวกับคุณหมอเฉพาะทาง หรือต้องการได้รับการวินิจฉัยทางการแพทย์ที่ซับซ้อนมากขึ้น จะมีปัญหาในเรื่องของการส่งตัวไปยังโรงพยาบาลทุติยภูมิ หรือโรงพยาบาลตติยภูมิ ถือเป็นปัญหาที่มีอยู่ทุกเขต
สก.เรามีความตั้งใจอย่างมากที่จะหาแนวทางร่วมกันกับรัฐบาลกลาง ในการแก้ไขปัญหานี้ให้ลุล่วง และ กทม. มีความจำเป็นต้องนำงบประมาณไปอุดหนุนและแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ก็จะได้นำเรียนวิธีแก้ปัญหากับผู้ว่าฯ กทม. ให้รับทราบ และผลักดันการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป
2. คณะกรรมการวิสามัญศึกษาแก้ไขปัญหาขยะในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยเฉพาะในเขตประเวศ รวมถึงการคัดแยกขยะ และฝังกลบขยะ ซึ่งเราควรมีแนวทางการจัดการขยะในกรุงเทพฯ ในระยะยาวที่มีประสิทธิภาพมากกว่านี้
นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของงบประมาณรายจ่ายประจำปีของสภา กทม.ในปี 2570 ที่ประชาชนอยากเห็นว่ามีการพิจารณาอย่างตรงไปตรงมา โดยพวกเรามีความตั้งใจที่จะนำ AI เข้าไปสกรีนตรวจสอบโครงการทั้งหมดในงบปี 2570 เพื่อเป็นหูเป็นตาให้กับผู้ว่าฯ กทม. รวมถึงจะมีการเปิดให้ประชาชนเข้าร่วมตรวจสอบ เพราะนี่คือวาระเมืองในช่วง 6 เดือนแรก
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (30 มิ.ย. 69)





