แนวโน้มดัชนีเช้าแกว่งขึ้นทดสอบ 1,600 จุด อานิสงส์หุ้นเทคฯ สหรัฐฯ ฟื้น-เก็ง DELTA วิ่ง


นักวิเคราะห์ฯ มองหุ้นไทยเช้านี้แกว่งไซด์เวย์อัพ อานิสงส์หุ้นเทคฯ สหรัฐฯ ฟื้นตัว ประกอบกับสถิติหลัง Rebalancing หนุน DELTA ปรับตัวขึ้น นอกจากนี้ Fund flow ยังไหลเข้าหุ้นไทยมากขึ้น จากกระแสเงินทุนที่หมุนเวียนเข้าสู่หุ้นกลุ่ม Defensive และกลุ่ม Value ให้กรอบแนวต้าน 1,600 – 1,610 จุด และแนวรับ 1,570 – 1,575 จุด

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล, CISA ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทย [SET.X]เช้านี้คาดเคลื่อนไหว Sideways Up ได้แรงหนุนจากตลาดหุ้นต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดหุ้นสหรัฐฯ ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง นำโดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี เป็น Sentiment บวกให้กับหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ของไทย โดยเฉพาะ DELTA

อีกทั้งวานนี้ ตลาดหุ้นไทยมีการปรับพอร์ตตามเกณฑ์ Cap Weight และ Rebalancing เมื่อพิจารณาจากสถิติในอดีตจะพบว่า หลังจากผ่านพ้นการทำ Rebalancing ไปแล้ว ราคาหุ้น DELTA มักจะปรับตัวเพิ่มขึ้น ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยสูงถึง +6.8%

สำหรับทิศทางกระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) เริ่มเห็นสัญญาณไหลเข้าตลาดหุ้นไทยมากขึ้น ประเมินภาพการโยกย้ายเงินลงทุนไปสู่กลุ่มหุ้น Defensive และกลุ่ม Value ซึ่งหุ้นไทยได้อานิสงส์กระแส Sector Rotation และช่วยลดทอนผลกระทบจากความผันผวนตามทิศทางหุ้นกลุ่มเทคฯ ได้

ประเมินกรอบแนวต้าน 1,600 – 1,610 จุด และแนวรับ 1,570 – 1,575 จุด

*ปะเด็นพิจารณาการลงทุน

-ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (30 มิ.ย.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 52,319.20 จุด เพิ่มขึ้น 136.46 จุด หรือ +0.26%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,499.36 จุด เพิ่มขึ้น 58.93 จุด หรือ +0.79% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,213.72 จุด เพิ่มขึ้น 393.58 จุด หรือ +1.52%

-ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้เปิดเช้านี้ ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 70,774.28 จุด เพิ่มขึ้น 711.96 จุด หรือ +1.02% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 4,090.76 จุด ลดลง 3.64 จุด หรือ -0.09% ส่วนตลาดหุ้นฮ่องกงปิดทำการเนื่องในวันก่อตั้งเขตบริหารพิเศษฮ่องกง

-ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (30 มิ.ย. )1,591.24 จุด เพิ่มขึ้น 13.43 จุด (+0.85%) มูลค่าซื้อขาย 91,878.08 ล้านบาท

-นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ (30 มิ.ย.) 5,733.99 ล้านบาท

-ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน ส.ค. (30 มิ.ย.) ลดลง 1.25 ดอลลาร์ หรือ 1.77% ปิดที่ 69.50 ดอลลาร์/บาร์เรล

-ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (30 มิ.ย.) อยู่ที่ 17.28 ดอลลาร์/บาร์เรล

-เงินบาทเปิด 33.32/33 อ่อนค่านำภูมิภาค รับราคาทองร่วง จับตาถ้อยแถลงปธ.เฟดเวที ECB คืนนี้

-ธปท. เผยเศรษฐกิจ พ.ค. ทรงตัว ท่องเที่ยวตลาดระยะไกลหนุน การบริโภคและการลงทุนเอกชนฟื้น แม้ส่งออกเริ่มชะลอ คาดดุลบัญชีเดินสะพัดทยอยปรับดีขึ้นครึ่งหลังปีนี้ เหตุนำเข้าน้ำมันลดลง เข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว

-ธปท. ชี้เศรษฐกิจ ในภาพใหญ่ยังขยายตัวได้ แต่ฟื้นตัว ไม่ทั่วถึง “ธุรกิจเอสเอ็มอี-รายเล็ก” กระทบหนัก การขอกู้ยากขึ้น ความเสี่ยงด้านเครดิตพุ่ง ขณะที่ ธุรกิจการค้า โรงแรม ขนส่งถูกพิษน้ำมันแพง แรงงานหายจากระบบยอดเปิดกิจการใหม่ลดวูบ

-รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า คลังได้เสนอแผนการปฏิรูปภาษี 10 มาตรการ สร้างรายได้รวมกว่า 4.35 แสนล้านบาท เพื่อให้เพียงพอต่อรายจ่ายที่เพิ่มสูงขึ้นในอนาคต โดยตามรายงานความเสี่ยงทางการคลังล่าสุด หากไม่ดำเนินการใดๆ ในการเพิ่มรายได้ให้กับรัฐบาล สัดส่วนรายได้ของรัฐบาลต่อจีดีพีอาจลดต่ำกว่า 15% ของจีดีพีที่เป็นสัดส่วนในปัจจุบันก็ได้

-“สภาพัฒน์” ชื้ออนาคตต้องรื้อระบบสวัสดิการข้าราชการเพื่อลดภาระ หลังงบประจำและชำระหนี้พุ่งเบียดงบลงทุน มึนตื้บ!จัดทำงบปี 2570 ตึงตัวหนักต้องพึ่งเม็ดเงินรัฐวิสาหกิจ 2 แสนล้าน ลงทุนหนุนเศรษฐกิจ ด้าน “สำนักงบฯ” รับลูก ตรึงงบเงินเดือนข้าราชการ หั่นงบจังหวัดเหลือ 4 พันล้าน ลดความซ้ำซ้อนพร้อมตั้งงบ 1.2 หมื่นล้าน รับมือวิกฤติพลังงาน

-นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 30 มิ.ย.2569 ว่า เห็นชอบขยายมาตรการลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมสำหรับที่อยู่อาศัยปี 2569 ลดค่าจดทะเบียนโอนอสังหาริมทรัพย์ และ ค่าจดทะเบียนการจำนองอสังหาริมทรัพย์เหลือ 0.01% เพื่อส่งเสริมการซื้ออสังหาริมทรัพย์มือหนึ่งและมือสอง บรรเทาภาระประชาชนที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง เช่นเดียวกับมาตรการลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมสำหรับที่อยู่อาศัยปี 2568 ที่จะสิ้นสุดในวันที่ 30 มิ.ย.นี้ ออกไปอีก 1 ปี สิ้นสุด 30 มิ.ย.2570

-สศอ. ชี้ไทยช่วยไทยพลัสปั๊มจีดีพีอุตสาหกรรม โตเพิ่ม 1.6% ลดแรงกระทบตะวันออกกลาง

-ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า การลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ในไทย เร่งตัวขึ้นอย่างชัดเจน โดยมูลค่าโครงการที่ได้รับอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน บีโอไอ เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจาก 98,000 ล้านบาทในปี 2567 เป็น 335,000 ล้านบาท ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 ส่งผลให้ความจุดาต้าเซ็นเตอร์ในไทยคาดว่าจะขยายตัวเฉลี่ยราว 59% ต่อปี ในช่วง 2569-2571

-กองทุนบัตรทองใช้งบฯซื้ออุปกรณ์การแพทย์ปีละกว่า 1.6 หมื่นล้าน เกือบ 100% นำเข้า เร่งผลักดัน “นวัตกรรมการแพทย์ไทย” ปี 69 ตั้งงบ รองรับ 3.5 พันล้าน เพิ่มผู้ป่วยเข้าถึง ขณะที่ อย. ตั้ง “ทีมไทยแลนด์” ส่งเสริมสนับสนุนผู้ประกอบการ แนะสตาร์ตอัปเฮลท์เทคพัฒนาผลิตภัณฑ์ แก้ pain point ใหญ่ของประเทศ ส่วนภาครัฐต้องเป็นผู้ซื้อรายแรกดันตลาด

-ศาลฎีกานัดไต่สวนพยานนัดแรก 25 ส.ค. 69 คดี 44 อดีต สส.พรรคก้าวไกล ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง กรณีร่วมกันเสนอแก้ไขร่างกฎหมายอาญา มาตรา 112 พร้อมยกคำร้องปมขอให้สั่ง “เท้ง” หยุดปฏิบัติหน้าที่ เหตุผู้ยื่นคำร้องไม่ใช่คู่ความ ไม่มีหลักฐานเพียงพอ จึงไม่มีเหตุเปลี่ยนคำสั่ง

-รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา เมกะโปรเจ็กต์อีอีซี 2.24 แสนล้านบาท 7 ปีถึงทางตันแบงก์เมินปล่อยกู้ ชี้โครงการไม่คุ้มค่าลงทุน “กลุ่มซี.พี.” เดินหมากสุดท้ายขอแก้สัญญา เปิดเจรจาหาทางลง “สิ้นสุดสัญญา” ร.ฟ.ท.ขอ 2 เดือนประมวลสารพัดปัญหา ชง “อนุทิน” ประธานบอร์ดอีอีซีชี้อนาคต ไปต่อหรือล้มโปรเจ็กต์ จับตา 15 ก.ค. คณะกรรมการ 3 ฝ่ายพลิกแฟ้มสัญญาลุ้นเปิดทางโมเดลลงทุนใหม่

-สินค้าและบริการไร้สัญญาณปรับลดราคา หวั่นลากยาวถึงสิ้นปี สวนทางน้ำมันโลกขาลง นักวิชาการและผู้ประกอบการชี้โครงสร้างต้นทุนยังตึงตัวจากค่าไฟ-ค่าแรง ลุ้นรอบสต็อกสินค้า 3 เดือน ขณะที่บิ๊กแบรนด์แห่ปรับกลยุทธ์ ล็อกราคาวัตถุดิบและใช้เทคโนโลยีหั่นต้นทุนแทนการขึ้นราคา ด้านตลาดไอทีจ่อคิวปรับขึ้นราคาตามกลไกซัพพลายเชนใหม่

-รัฐบาลเดินหน้าปรับโครงสร้างระบบราชการ ลุยควบรวม “กระทรวงวัฒนธรรม ท่องเที่ยว” ใช้โมเดลจีน-มาเลเซีย ดันทุนวัฒนธรรมสร้างรายได้ประเทศ และตั้ง “กระทรวงกีฬา” ให้โดดเด่น จ่อเข้าครม. คาดคลอดปลายปี 2569

– ครม. รับทราบข้อเสนอแนะ ป.ป.ช.ป้องกันทุจริตโครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ควรเสนอ ครม.อนุมัติแผนแม่บท พร้อมกำหนดแนวทางพัฒนาไม่ให้กระทบท่าอากาศยานแห่งอื่นในเขตกทม.และปริมณฑล

*หุ้นเด่นวันนี้

-CPALL:(กสิกรไทย) ราคาพื้นฐาน 57.20 บาท คาดแนวโนม้ ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/69 ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี โดยSSSG เดือน เม.ย. และ พ.ค. ที่ราว +2.0% และ +1.0% ตามลำดับ มีความสามารถในการปรับราคาสินค้าที่แข็งแกร่งเพื่อส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และการขยายตัวของอัตรากำไรอย่างต่อเนื่อง ผสานกับ Valuation ในปัจจุบันที่ซื้อขายเพียงระดับ Forward PER 13.5 เท่า อยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย Forward PER ในอดีตที่ 1.65SD ผสานกับคาดอัตราปันผลทรี่ ดับ 3.6% ต่อปี

-MAGURO (ฟินันเซีย ไซรัส) “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 26 บาท เราคาดกำไรสุทธิ ไตรมาส 2/69 อยู่ที่ 39 ลบ. +13% q-q, +20% y-y จากผลบวกของสาขาใหม่ ขณะที่ Margin ยังขยับตัวขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน โดยมองผ่านจุดต่ำสุดปีนี้ใน 1Q26 แล้วการเปิดสาขาใหม่จะเร่งขึ้นใน 2H26 โดยเฉพาะ Highlight อย่าง Kaiten Sushi Ginza Onodera ในเดือน ก.ค. คาดจะเป็น Sentiment บวกหนุน เรายังคาดกำไรสุทธิปี 2569 +11% y-y ราคาหุ้นปัจจุบันเทรด 2026 PE เพียง 13.7 เท่า

-HANA (คิส์ฟอร์ด) “ซื้อเก็งกำไร” / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 38.50 บาท ช่วงสั้นมีปัจจัยหนุนจากค่าเงินบาทที่กลับมาอ่อนค่า ด้านแนวโน้มผลการดำเนินงานผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว แนวโน้มผลการดำเนินงานจะทยอยฟื้นตัวต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปีมีปัจจัยหนุนจากรายได้และ GPM ที่ดีขึ้น โดยโรงงานในจีนและธุรกิจ PMS ในเกาหลีใต้ (SiC) ที่เป็นตัวถ่วงจะขาดทุนลดลง นอกจกานี้ใน 2H69 จะเริ่มรับรู้รายได้จากงานที่ร่วมกับ Phononic (Solid State Cooling) และจะเติบโตขึ้นต่อเนื่องในปี 70 สอดคล้องกับความต้องการในอุตสาหกรรม AI Data Center อิงจาก consensus ตลาดคาดกำไรปี 69-70 อยู่ที่ 864 ล้านบาท +29%YoY และ 1.25 พันล้านบาท +44%YoY

โดย วรินทร ศิรินอก/รัชดา คงขุนเทียน