“ทาคาอิจิ” ตั้งเป้าเพิ่ม Nominal GDP ของญี่ปุ่นเป็น 6.8 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2583

ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ได้ตั้งเป้าหมายในการเพิ่มผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศที่เป็นตัวเงิน (Nominal GDP) ของญี่ปุ่นขึ้นสู่ระดับ 1,100 ล้านล้านเยน หรือ 6.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ควบคู่ไปกับการลงทุนรายปีในภาคเอกชนที่ระดับ 230 ล้านล้านเยน ภายในปีงบประมาณที่เริ่มต้นในเดือนเม.ย. 2583 โดยการประกาศเป้าหมายดังกล่าวมีขึ้นในขณะที่ทาคาอิจิเดินหน้าผลักดันวิสัยทัศน์เพื่อเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง

ทาคาอิจิได้แถลงในที่ประชุมสภานโยบายเศรษฐกิจและการคลังของญี่ปุ่นในวันอังคาร (30 มิ.ย.) โดยเธอกล่าวว่า แผนงานที่ครอบคลุมไปจนถึงปีงบประมาณ 2583 นี้ มีเป้าหมายเพื่อให้บรรลุแผนการลงทุนในภาคเอกชนที่ระดับ 230 ล้านล้านเยน และ Nominal GDP ที่เข้าใกล้ระดับ 1,100 ล้านล้านเยน (6.8 ล้านล้านดอลลาร์) ภายในปีงบประมาณ 2583 ควบคู่ไปกับการลดอัตราส่วนหนี้สินต่อ GDP ลงอย่างต่อเนื่อง

การประมาณการดังกล่าวของทาคาอิจิ สอดคล้องกับที่สำนักงานคณะรัฐมนตรีได้ทำการรวบรวมการประเมินบนสมมติฐานที่ว่า กลยุทธ์การลงทุนของรัฐบาลที่เปิดเผยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนั้น ได้ถูกนำมาใช้อย่างสำเร็จลุล่วง โดยกลยุทธ์ดังกล่าวกำหนดให้มีการลงทุนจากทั้งภาคเอกชนและภาครัฐรวมกันกว่า 370 ล้านล้านเยนในช่วงระยะเวลา 14 ปีซึ่งจะสิ้นสุดในเดือนมี.ค. 2584 โดยมีการจัดสรรงบประมาณ 101.6 ล้านล้านเยนสำหรับปัญญาประดิษฐ์ (AI) และชิปโดยเฉพาะ 

ปัจจุบัน Nominal GDP ของญี่ปุ่นอยู่ที่ประมาณ 670 ล้านล้านเยนในปีงบประมาณที่สิ้นสุดในเดือนมี.ค. 2569 ซึ่งหมายความว่ารัฐบาลตั้งเป้าที่จะเห็นผลผลิตของประเทศเติบโตขึ้นมากกว่า 60% ในช่วง 14 ปีข้างหน้า

ทั้งนี้ ทาคาอิจิกล่าวเพิ่มเติมในเรื่องนี้ว่า รัฐบาลมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าผลักดันให้การเติบโตทางเศรษฐกิจอยู่ในระดับสูงกว่า 1% ในแง่ของเศรษฐกิจที่แท้จริง และเติบโตที่ระดับ 3% ในแง่ของตัวเงิน พร้อมกับกล่าวว่า การใช้ศักยภาพอย่างเต็มที่ของญี่ปุ่นและประชาชนชาวญี่ปุ่นเพื่อเสริมสร้างอำนาจโดยรวมของประเทศในทุก ๆ ด้านนั้น ถือเป็นภารกิจของรัฐบาลทาคาอิจิ

โดย รัตนา พงศ์ทวิช/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์