
บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ มองหุ้นไทย ไตรมาส 3/69 แกว่ง Sideway Up รับอานิสงส์เศรษฐกิจฟื้น-มาตรการรัฐหนุน ชี้เทรนด์ Sector Rotation โลกสลับเม็ดเงินหลบภัยเข้าหุ้นไทยกลุ่ม Value ดันครึ่งปีแรก Fund Flow ทะลักแล้วกว่า 2.7 หมื่นล้านบาท พร้อมส่งสัญญาณเตรียมปรับเป้า SET Index สิ้นปีทะลุ 1,600 จุด หลังงบไตรมาส 2/69 ออก แนะสอยกลุ่มธนาคารปันผลเด่น
นายชยุต ไกรลาศรัตนศิริ, CISA ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยในไตรมาส 3/69 คาดยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่ออย่างค่อยเป็นค่อยไป ได้แรงหนุนจากเศรษฐกิจในประเทศที่ฟื้นตัว การเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ การลงทุนภาคเอกชน รวมทั้งการท่องเที่ยว แนะลงทุนกลุ่มธนาคาร ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของ เม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ (Fund Flow) และมีปันผลจูงใจ
โดยมองว่ากระแส Fund flow คาดยังเป็นบวก หลังจากครึ่งปีแรกของปี 69 เม็ดเงินจากนักลงทุนต่างชาติไหลเข้าหุ้นไทยกว่า 27,000 ล้านบาท เนื่องจากกระแสความกังวล AI ที่ทำให้ช่วงที่ผ่านมาหุ้นเทคโนโลยีโลกปรับฐาน หุ้นกลุ่ม Value มีแนวโน้มจะได้ประโยชน์ หรือมีเม็ดเงินเข้าสะสมมากขึ้น โดยตลาดหุ้นไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่ได้ประโยชน์จากกระแส Sector Rotation เนื่องจากมีหุ้นปันผล ซึ่งมีความน่าสนใจ หนุน Fund Flow ไหลเข้าต่อ ประกอบกับมีปัจจัยหนุนจากมาตรการภาครัฐในช่วงครึ่งปีหลังอีกด้วย โดยคาดว่าครึ่งปีหลัง Fund Flow จะไหลเข้ากลุ่มที่จ่ายปันผลเด่น และมีการจ่ายปันผลระหว่างกาล เช่น SETHD โดยเฉพาะกลุ่มธนาคาร เลือก KBANK BBL
ตลาดหุ้นไทยในช่วงครึ่งปีแรก ให้ผลตอบแทน 26% Outperform ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และ MSCI World อย่างเห็นได้ชัด โดยได้แรงหนุนจากเสถียรภาพทางการเมืองที่ชัดเจนขึ้น ดึงดูดเม็ดเงินจากนักลงทุนต่างชาติไหลกลับเข้ามาในไทน แม้ช่วงที่ผ่านมาจะมีความเสี่ยงจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง จากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันบางช่วง แต่ตลาดหุ้นไทนยังฟื้นตัวขึ้นมาได้ แนวโน้มในไตรมาส 3/69 แม้ยังอยู่ในช่วงของการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน แต่ภาพของสินทรัพย์ต่าง ๆ ยังตอบรับในเชิงบวก โดยมองว่าหุ้นที่ยัง Laggard Set Index น่าจะกลับมา Outperform ได้ หากสถานการณ์สงครามผ่อนคลายลง โดยยังต้องติดตามการเจรจาอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตามเชื่อว่าสถานการณ์สงครามจะมีทิศทางที่ดีขึ้นก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ช่วงปลายปี
“ขณะที่คาดการณ์ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในไตรมาส 2/69 กำไรมีแนวโน้มชะลอตัวลง เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน (QoQ) จากผลกระทบของสงคราม อย่างไรก็ตามมองว่าจะกลับมาฟื้นตัวตั้งแต่ไตรมาส 3/69 เป็นต้นไป เพราะเรายังคงมองว่าสถานการณ์ดังกล่าวมีแนวโน้มที่จะผ่อนคลายมากขึ้น และอาจเป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว”
ด้านคาดการณ์กำไรบริษัทจดทะเบียน (EPS) หลังไตรมาส 1/69 ออกมาในทิศทางที่ดี เติบโตทั้ง QoQ และ YoY ในหลายกลุ่มอุตสาหรรม แม้มีเรื่องสงครามเข้ามากดดันบางส่วน แต่มีหุ้นบางกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้น อาทิ กลุ่มพลังงาน และปิโตรเคมี ดัน EPS ตลาดขึ้น ตามประมาณการณ์กำไรที่ค่อนข้างเด่น ขณะที่ระยะถัดไปหากสงครามคลี่คลายและราคาน้ำมันปรับลง ทำให้กลุ่มพลังงานได้รับผลกระทบจาก Stock loss อย่างไรก็ตามคาดว่าจะถูกชดเชยจากกลุ่มอื่น ๆ ที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันปรับตัวลง น่าจะเป็นกลุ่มที่มีโอกาสปรับประมาณการณ์กำไรขึ้น
สำหรับเป้าหมาย SET Index สิ้นปี 69 ยังอยู่ที่ 1,600 จุด ซึ่งจะมีการพิจารณาปรับเป้าหมายอีกครั้ง หลังการเปิดเผยผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนในไตรมาส 2/69 ที่จะออกมาในช่วงเดือน ก.ค. นี้ ว่าจะมีการปรับ EPS ได้หรือไม่ ซึ่งปัจจุบันมองว่ามีแนวโน้มที่จะปรับเป้าหมายขึ้นได้อยู่
โดย วรินทร ศิรินอก/รัชดา คงขุนเทียน





