“ภราดร” ยันงบปี 70 ไม่ไร้อนาคต ผ่าตัดใหญ่โครงสร้าง ตัดงบซ้ำซ้อน ลดขาดดุล

นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ยืนยันว่า ร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ฉบับนี้ไม่ใช่งบประมาณที่ไร้อนาคต ตามที่ถูกอภิปราย แต่เป็นความพยายามปรับโครงสร้างงบประมาณที่หมักหมมมานาน แต่หากยังจัดทำงบประมาณแบบเดิมเหมือนในอดีตนั่น คือการปล่อยให้ประเทศไม่มีอนาคต เพราะตัวเลขหลายส่วนเป็นภาระผูกพันต่อเนื่องมาหลายปี หลายรัฐบาลเห็นปัญหาเดียวกัน แต่ไม่มีใครกล้าลุกขึ้นมาแก้ไขอย่างจริงจัง

นายภราดร ยอมรับว่า งบปี 2570 ยังไม่สมบูรณ์แบบ เพราะมีข้อจำกัดทั้งเวลาและวงเงิน แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิรูปวิธีจัดทำงบประมาณ โดยได้หารือกับนายกรัฐมนตรี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง และนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมาย ถึงแนวทางที่จะทำงานร่วมกัน และเชิญสส.ทุกคนมาช่วยกันทำ เพราะเชื่อว่า ถ้าไม่ทำอนาคตระบบโครงสร้างของงบประมาณประเทศไปต่อไม่ได้ ส่วนจะทำแบบไหนก็ต้องใช้ความร่วมมือของสภาแห่งนี้ ทั้งการแก้กฎหมาย ขอความรู้ ประสบการณ์จากหลายคน ระดมสมองว่าจะทำแบบไหน 

ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญ คือ การจัดเก็บรายได้รัฐ ซึ่งขณะนี้กรรมาธิการการเงินการคลังได้ตั้งอนุกรรมาธิการศึกษาการปฏิรูปการจัดเก็บรายได้ใหม่ เพราะเครื่องมือที่มีอยู่ช่วยให้เก็บภาษีดีขึ้นบางส่วน แต่ยังไม่พอรองรับภาระของประเทศ

นายภราดร กล่าวว่า ในส่วนการจัดทำงบประมาณและการกู้เงิน รัฐบาลจะเดินตามแผนการคลังระยะปานกลาง พยายามลดการขาดดุลลงในอีก 2-3 ปีข้างหน้า เพราะเห็นตัวเลขหนี้สาธารณะที่ใกล้ชนเพดาน และไม่ต้องการทำงบแบบตามน้ำจนกระทบวินัยการเงินการคลัง

นายภราดร กล่าวอีกว่า รัฐบาลเริ่มใช้หลักติดตามผลลัพธ์งบประมาณ หากหน่วยงานใดมี KPI ดี จะมีผลต่อการตั้งงบปี 2571 แต่หน่วยงานใดสอบตกต้องถูกลดงบ นี่คือจุดเริ่มต้นของการจัดทำงบประมาณแบบฐานศูนย์ หรือ Zero-Based Budgeting เพื่อให้เงินภาษีประชาชนเกิดผลจริง

นายภราดร กล่าวถึง เรื่องความโปร่งใสในจัดทำงบประมาณว่า ปีนี้รัฐบาลไม่รอให้กรรมาธิการร้องขอ แต่จัดส่งไฟล์ Excel รายละเอียดงบประมาณให้วิเคราะห์ล่วงหน้า พร้อมตัดลดโครงการที่ไม่จำเป็น ทั้งการสร้างตึกใหม่ ถนนโครงการใหม่ และโครงการซ้ำซ้อนในงบจังหวัดและกลุ่มจังหวัด

นายภราดร กล่าวว่า งบจังหวัดและกลุ่มจังหวัดถูกตัดลด เพราะหลายโครงการไปทำภารกิจซ้ำกับหน่วยงานหลัก เช่น ถนนที่ควรเป็นหน้าที่ของกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท เขื่อนป้องกันตลิ่งที่เป็นงานของโยธาธิการ หรือการขุดลอกคูคลองที่เกี่ยวกับกรมชลประทาน ไม่ใช่เอางบจังหวัดไปทำซ้ำอีก งบจังหวัดควรใช้สร้างการพัฒนาจริง ไม่ใช่เป็นทางลัดของโครงการที่มีหน่วยงานประจำรับผิดชอบอยู่แล้ว

นายภราดร กล่าวถึง เรื่องการกระจายอำนาจว่า ปีนี้หน่วยงานรัฐส่วนใหญ่ถูกตัดลดงบประมาณ แต่มีเพียงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ไม่ได้ถูกลด และเมื่อเทียบกับปีก่อนยังเพิ่มขึ้นเกือบหมื่นล้านบาท แม้ยังไม่ถึงเป้าหมาย 35% เพราะติดข้อจำกัดวงเงินงบประมาณ

นอกจากนี้ นายภราดร ระบุว่า สำหรับภาระรายจ่ายประจำของภาครัฐ วันนี้รายได้ประมาณ 3 ล้านล้านบาทถูกใช้ไปกับเงินเดือนข้าราชการ สวัสดิการภาครัฐ และการชำระหนี้เกือบหมด จนเงินลงทุนต้องพึ่งเงินกู้ จึงต้องร่วมกันทบทวนโครงสร้างบุคลากรและสวัสดิการภาครัฐใหม่ โดยยืนยันว่า รัฐบาลนี้ตั้งใจเริ่มแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นภาระของรัฐบาลต่อไป

โดย ฐานิสร์ ทองนอก/รัชดา คงขุนเทียน