
ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ร่วงลงกว่า 100 จุดในวันนี้ ส่งสัญญาณการพักฐานของตลาดหุ้นวอลล์สตรีท หลังจากปรับตัวอย่างแข็งแกร่งในช่วงครึ่งแรกของปีนี้
ณ เวลา 17.59 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ลบ 130 จุด หรือ 0.25% สู่ระดับ 52,540 จุด
ดัชนีดาวโจนส์ [DJI.X] พุ่งขึ้น 8.9% ในช่วง 6 เดือนแรกของปี ทำสถิติครึ่งปีแรกที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 2564 ซึ่งในปีดังกล่าว ดัชนีดาวโจนส์ทะยานขึ้น 12.7%
ดัชนี S&P 500 [SP500.X] ดีดตัวขึ้น 9.6% ในช่วงครึ่งแรกของปี ส่วนดัชนี Nasdaq [NASDAQ.X] ให้ผลตอบแทนมากถึง 12.8%
ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทเริ่มต้นปี 2569 ด้วยความผันผวน แม้ว่า 3 ดัชนีหุ้นหลักจะทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แต่ก็เกิดขึ้นท่ามกลางการแกว่งตัวอย่างรุนแรงของราคาพลังงานจากการทำสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่าน รวมทั้งความไม่แน่นอนเกี่ยวกับความยั่งยืนของการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI)
อย่างไรก็ดี ไตรมาส 2 เป็นช่วงเวลาที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษสำหรับตลาดหุ้น หลังจากนักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับกระแสการลงทุนใน AI และสงครามอิหร่านมีแนวโน้มยุติลง
การพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และ AI ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดหุ้น โดยการปรับตัวขึ้นของตลาดเมื่อวันอังคารมีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มชิป
นายพอล ฮิกกี ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Bespoke Investment Group กล่าวว่า เขายังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ในระยะยาว แต่เห็นว่าราคาหุ้นในกลุ่มนี้อาจปรับตัวขึ้นแรงเกินไปในระยะสั้น
“ในระยะยาว เรายังคงชื่นชอบหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ แต่ในขณะนี้ ผมคงไม่แนะนำให้เข้าลงทุนในเชิงรุก ตลาดกระทิงรอบนี้ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) หากตลาดกระทิงจะเดินหน้าต่อไป หุ้นเทคโนโลยีและหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ก็น่าจะยังเป็นผู้นำตลาด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าหุ้นเหล่านี้จะต้องสร้างผลตอบแทนเหนือกว่าตลาดอย่างต่อเนื่อง และการปรับตัวขึ้นเช่นนี้ก็ไม่สามารถดำเนินต่อไปได้ตลอด” เขากล่าวในรายการ Closing Bell: Overtime ของสำนักข่าว CNBC พร้อมเสริมว่า “ดังนั้น ในแง่นี้ ผมคิดว่าหุ้นกลุ่มนี้เริ่มปรับตัวขึ้นมากเกินไปแล้ว ดังนั้นผมอาจจะแนะนำให้นักลงทุนพักการลงทุนหรือรอให้ตลาดได้พักฐานสักระยะ”
นักลงทุนทั่วโลกจับตานายเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งจะเข้าร่วมงานเสวนาในการประชุมประจำปีของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่เมืองซินตรา ประเทศโปรตุเกส ในสัปดาห์นี้
ทั้งนี้ นายวอร์ชมีกำหนดขึ้นเวทีร่วมกับนางคริสติน ลาการ์ด ประธาน ECB, นายแอนดรูว์ เบลีย์ ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) และนายทิฟฟ์ แม็กลัม ผู้ว่าการธนาคารกลางแคนาดา (BOC) โดยงานเสวนาจะจัดขึ้นในวันนี้ (1 ก.ค.) เวลา 20.00 น. ตามเวลาไทย
งานเสวนาครั้งนี้ ถือเป็นการปรากฏตัวครั้งสำคัญครั้งแรกของนายวอร์ชบนเวทีระหว่างประเทศหลังเข้ารับตำแหน่งประธานเฟด ตลาดจับตาถ้อยแถลงของนายวอร์ชเพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ภาวะเศรษฐกิจสหรัฐ และทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟดในปีนี้
นอกจากนี้ นักลงทุนจับตาตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนมิ.ย.ที่จะมีการเปิดเผยในวันพฤหัสบดี โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานเพิ่มขึ้น 114,000 ตำแหน่ง หลังจากเพิ่มขึ้น 172,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ค. และคาดว่าอัตราว่างงานทรงตัวที่ระดับ 4.3% ในเดือนมิ.ย.
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ





