ภาวะตลาดหุ้นโตเกียว: นิกเกอิปิดร่วง 2.47% หุ้นชิปโดนเทขายฉุดตลาด แม้เศรษฐกิจแกร่งช่วยพยุง

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดร่วงมากกว่า 2% ในวันนี้ (2 ก.ค.) โดยหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ถูกเทขายตามทิศทางหุ้นกลุ่มเดียวกันในสหรัฐฯ ที่ร่วงลงเมื่อคืนนี้ เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าราคาหุ้นสูงเกินไป

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิ [NIKKEI.X] ปิดตลาดที่ 68,733.15 จุด ลดลง 1,741.81 จุด หรือ -2.47% สิ้นสุดการปิดบวกติดต่อกัน 3 วันทำการ

หุ้นที่ปรับตัวขึ้นโดดเด่น ได้แก่ กลุ่มขนส่งทางอากาศ และกลุ่มประกันภัย ส่วนหุ้นที่ร่วงลง ได้แก่ กลุ่มโลหะที่ไม่มีส่วนผสมของเหล็ก และกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า

อย่างไรก็ตาม ตลาดโดยรวมยังทรงตัวได้ระดับหนึ่ง เพราะข้อมูลจ้างงานภาคเอกชนเดือนมิ.ย. ของสหรัฐฯ จาก ADP แม้จะต่ำกว่าคาด แต่ชี้ว่าการจ้างงานในประเทศเศรษฐกิจเบอร์หนึ่งของโลกยังขยายตัวได้ดี ขณะที่ผลสำรวจทังกัน (Tankan) รายไตรมาสของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ออกมาดีกว่าคาด สะท้อนความเชื่อมั่นทางธุรกิจที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยข้อมูลทั้งสองชุดประกาศเมื่อวันพุธ (1 ก.ค.)

นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบที่ปรับลดลงสู่ระดับก่อนสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่านเมื่อ 28 ก.พ. นั้น ยังเป็นปัจจัยหนุนให้นักลงทุนเข้าซื้อหุ้น

มากิ ซาวาดะ นักกลยุทธ์จากฝ่ายเนื้อหาการลงทุนของบริษัทหลักทรัพย์โนมูระ ระบุว่า ก่อนหน้านี้ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและราคาน้ำมันที่พุ่งสูงฉุดผลประกอบการ ทำให้หุ้นหลายกลุ่มนอกเหนือจากกลุ่มชิปและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ถูกกดดัน แม้ตลาดจะพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ก็ตาม แต่เมื่อความกังวลเหล่านี้คลี่คลาย “วันนี้ตลาดจึงเคลื่อนไหวในทางตรงกันข้าม ซึ่งดูเหมือนจะมีการหมุนเวียนกลุ่มหุ้นตามสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป”

โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กัลยาณี ชีวะพานิช