
ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นเล็กน้อยในวันนี้ (3 ก.ค.) ก่อนเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาวในสหรัฐฯ ขณะที่ตลาดยังคงมีความหวังอย่างระมัดระวังต่อความพยายามผลักดันสันติภาพในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
ณ เวลา 10.33 น. ตามเวลาไทย สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) [BRENT.X] ปรับขึ้น 0.64% สู่ระดับ 72.26 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสอินเตอร์มีเดียต (WTI) [WTI.X] เพิ่มขึ้น 0.51% สู่ระดับ 69.04 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
ตลาดสหรัฐฯ ปิดทำการในวันนี้ (3 ก.ค.) ก่อนวันชาติสหรัฐฯ (Independence Day) ในวันพรุ่งนี้ (4 ก.ค.)
ในการซื้อขายเมื่อวานนี้ (2 ก.ค.) ราคาน้ำมันดิบทั้งสองสัญญาแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ก่อนสงครามสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านเริ่มขึ้นในช่วงปลายเดือนก.พ. โดยในรอบสัปดาห์นี้ สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ลดลง 0.02% ขณะที่น้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 0.12% ซึ่งถือเป็นการเคลื่อนไหวรายสัปดาห์ที่น้อยที่สุดในรอบหลายเดือน
ขณะเดียวกัน หลายประเทศเริ่มเพิ่มการผลิต หลังมีการกลับมาเปิดใช้งานช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งก่อนเกิดสงครามเคยเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวราว 1 ใน 5 ของอุปทานโลกต่อวัน
แหล่งข่าวระบุว่า การผลิตน้ำมันของคูเวตเพิ่มขึ้นอย่างมากแตะ 1.65 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนมิ.ย. จาก 580,000 บาร์เรลต่อวันในเดือนพ.ค. หลังคูเวตเพิ่มการส่งออกภายใต้ข้อตกลงสันติภาพชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
นอกจากนี้ เรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ (supertankers) อย่างน้อย 5 ลำ ซึ่งบรรทุกน้ำมันซาอุดีอาระเบียรวม 10 ล้านบาร์เรล ได้ออกจากช่องแคบฮอร์มุซแล้ว ขณะที่บริษัท ซาอุดี อารามโค (Saudi Aramco) ผู้ผลิตน้ำมันของรัฐบาลซาอุดีอาระเบียปรับมาใช้ระบบกำหนดราคาสปอต เพื่อเร่งการขายน้ำมันในเอเชีย
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช/รัตนา พงศ์ทวิช





