ยูเครนส่งโดรนถล่มคลังน้ำมันเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก รัสเซียอ้างสกัดได้ 72 ลำ

เจ้าหน้าที่รัสเซียเปิดเผยว่า ยูเครนส่งโดรนโจมตีคลังน้ำมันแห่งหนึ่งในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กในวันนี้ (4 ก.ค.) ขณะที่ยูเครนยังคงเดินหน้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของรัสเซียอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มแรงกดดันต่อรัสเซีย

อเล็กซานเดอร์ เบกลอฟ ผู้ว่าการนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ระบุว่า เขตคิรอฟสกีซึ่งตั้งอยู่ริมทะเลบอลติกตกเป็นเป้าหมายการโจมตี พร้อมเปิดเผยว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถยิงสกัดโดรนของยูเครนได้ 72 ลำ เหนือนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 ของรัสเซีย และพื้นที่โดยรอบ

ด้านประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ระบุว่า ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการ “การคว่ำบาตรระยะไกล” (long-range sanctions) ต่อรัสเซีย พร้อมเปิดเผยว่า กองกำลังยูเครนยังโจมตีเป้าหมายทางทหารบนเกาะครอนชตัดท์ ซึ่งตั้งอยู่นอกชายฝั่งนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก

เซเลนสกีกล่าวผ่านแพลตฟอร์ม Telegram ว่า กองกำลังป้องกันของยูเครนได้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของท่าเรือ ซึ่งเป็นแหล่งสร้างรายได้ที่สนับสนุนการทำสงครามของรัสเซีย รวมถึงโจมตีเกาะครอนชตัดท์ ซึ่งเป็นเป้าหมายทางทหารที่สำคัญ

การโจมตีระยะไกลต่อโรงงานและโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของรัสเซียที่เกิดขึ้นเกือบทุกวัน ได้ก่อให้เกิดวิกฤตเชื้อเพลิง และเพิ่มแรงกดดันทางการเมืองต่อรัฐบาลเครมลิน ขณะที่สงครามรุกรานยูเครนของรัสเซียยืดเยื้อเข้าสู่ปีที่ 5

ก่อนหน้านี้ เขตคิรอฟสกีของนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กเคยถูกโจมตีมาแล้วในเดือนมิ.ย. ก่อนการจัดงานประชุมเศรษฐกิจนานาชาติเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ซึ่งเป็นงานสำคัญของรัสเซีย

ขณะเดียวกัน คาบสมุทรไครเมีย ซึ่งรัสเซียผนวกรวมเป็นส่วนหนึ่งของประเทศเมื่อปี 2557 ยังคงเผชิญการโจมตีอย่างหนัก ส่งผลให้ทางการท้องถิ่นต้องระงับการจำหน่ายน้ำมันเบนซินให้กับประชาชน

นายเซอร์เก อักเซียนอฟ ผู้ว่าการไครเมียที่รัสเซียแต่งตั้ง เปิดเผยว่า การโจมตีของยูเครนในวันนี้ (4 ก.ค.) ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน และบาดเจ็บอีก 2 คน รวมถึงเด็กอายุ 10 ปี

ด้านประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ระบุว่า การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของรัสเซียโดยยูเครนไม่ใช่ปัจจัยสำคัญ และยืนยันว่าจะเดินหน้าทำสงครามต่อไปจนกว่าจะบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้

ปูตินยังมองว่า การโจมตีด้านพลังงานเป็นความพยายามของยูเครนในการเบี่ยงเบนความสนใจจากความสูญเสียในสนามรบ แม้ว่านักวิเคราะห์ประเมินว่า การรุกคืบของกองทัพรัสเซียได้ชะลอตัวลงในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา

โดย กัลยาณี ชีวะพานิช