
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เตรียมเข้าร่วมการประชุมสุดยอดองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) ที่ตุรกีในวันพุธนี้ (8 ก.ค.) ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดจากหลายประเด็น ทั้งท่าทีของสหรัฐฯ ต่อกรีนแลนด์ การเพิ่มงบประมาณกลาโหมของชาติยุโรป และสงครามอิหร่าน
ทำเนียบขาวระบุว่า ทรัมป์จะเดินทางถึงตุรกีในวันอังคาร (7 ก.ค.) และจะเข้าพบประธานาธิบดีเรเซป ตอยยิบ เออร์โดกัน ผู้นำตุรกี ก่อนเข้าร่วมประชุมผู้นำ NATO ในวันถัดไป
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังมีกำหนดพบหารือกับประธานาธิบดียูเครน โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี โดยทั้งสองมีความสัมพันธ์ที่ไม่ราบรื่นนัก หลังทรัมป์เคยให้คำมั่นระหว่างการหาเสียงว่าจะยุติสงครามรัสเซีย–ยูเครนภายใน 24 ชั่วโมง หากกลับเข้าสู่ตำแหน่ง แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถทำได้ตามเป้า
ขณะเดียวกัน ผู้นำยุโรปเรียกร้องให้สหรัฐฯ และพันธมิตรเร่งผลักดันกระบวนการเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซียกับยูเครน หลังความพยายามที่มีสหรัฐฯ เป็นตัวกลางชะงักลง จากการที่สหรัฐฯ หันไปให้น้ำหนักกับความขัดแย้งในอิหร่านในช่วงที่ผ่านมา
เมื่อวันเสาร์ (4 ก.ค.) ทรัมป์หารือทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย โดยเป็นการพูดคุยเกี่ยวกับสถานการณ์ยูเครนและการประชุม NATO ตามข้อมูลจากทำเนียบเครมลิน
รัสเซียแสดงท่าทีพร้อมเจรจากับผู้แทนสหรัฐฯ เพื่อยุติสงคราม แต่ปฏิเสธข้อเสนอที่จะให้ระงับการโจมตีระยะไกล พร้อมย้ำข้อเรียกร้องดินแดนในยูเครน โดยก่อนหน้านี้ ปูตินปฏิเสธข้อเสนอของเซเลนสกีในการเจรจาแบบพบหน้ากันโดยตรงด้วยเช่นกัน
ด้านสมรภูมิรบ ยูเครนยังคงเดินหน้าปฏิบัติการโดรนและขีปนาวุธพิสัยไกลโจมตีเป้าหมายในรัสเซีย ขณะที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ประเมินว่าสถานการณ์สงครามยังอยู่ในภาวะชะงักงัน โดยไม่มีฝ่ายใดได้เปรียบอย่างชัดเจน และทรัมป์จะใช้โอกาสหารือกับเซเลนสกีเพื่อหาทางยุติสงคราม
ในส่วนของความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับ NATO ยังคงเผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง โดยทรัมป์วิพากษ์วิจารณ์ชาติสมาชิก NATO หลายประเทศที่ไม่สนับสนุนปฏิบัติการของสหรัฐฯ อย่างเต็มที่ รวมถึงประเด็นการเพิ่มงบประมาณกลาโหมเป็นระดับ 5% ของ GDP พร้อมย้ำว่าสหรัฐฯ ต้องได้รับการมีส่วนร่วมที่เหมาะสมจากพันธมิตร
เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำ NATO ระบุว่า ทรัมป์คาดหวังให้ชาติพันธมิตรเร่งเพิ่มงบกลาโหม พร้อมชี้ว่าการปรับเพิ่มดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความมั่นคงร่วมกัน
ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ยังอยู่ระหว่างปรับลดกำลังทหารในยุโรป โดยมีแผนถอนทหารราว 5,000 นาย และลดทรัพยากรทางทหารบางส่วนที่ประจำการในภูมิภาค นอกจากนี้ ทรัมป์ยังคงเผชิญแรงต่อต้านจากชาติยุโรป จากความพยายามที่จะเข้าครอบครองกรีนแลนด์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเดนมาร์ก
ด้านมาร์ก รุตเตอ เลขาธิการ NATO เคยพยายามลดแรงตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับยุโรประหว่างการเยือนกรุงวอชิงตัน โดยย้ำว่าชาติสมาชิกกำลังเพิ่มบทบาทด้านงบประมาณกลาโหม แต่ทรัมป์ยังคงแสดงท่าทีไม่มั่นใจต่อความร่วมมือของพันธมิตร
โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต





