กรรมการ ECB ชี้แรงกดดันเงินเฟ้อยังไม่คลี่คลาย แม้ราคาน้ำมันอ่อนตัว เปิดทางขึ้นดอกเบี้ยเพิ่ม

อิซาเบล ชนาเบล กรรมการบริหารของธนาคารกลางยุโรป (ECB) กล่าวว่า เศรษฐกิจยูโรโซนยังไม่กลับสู่ภาวะก่อนเกิดสงครามอิหร่าน แม้ว่าราคาน้ำมันจะปรับตัวลดลงแล้วก็ตาม เนื่องจากเงินเฟ้อพื้นฐานยังอยู่ในระดับสูง และแรงกดดันด้านราคายังไม่คลี่คลาย

ชนาเบลกล่าวเมื่อวันจันทร์ (6 ก.ค.) ในงานเสวนาที่กรุงโรมว่า การปรับลดลงของราคาน้ำมันไม่ได้หมายความว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะก่อนสงคราม เพราะข้อตกลงสันติภาพยังคงเปราะบาง ขณะที่ตลาดยังคาดว่าราคาน้ำมันจะอยู่ในระดับสูงในระยะยาว และราคาก๊าซธรรมชาติยังสูงกว่าช่วงก่อนสงครามประมาณ 40%

นอกจากนี้ ค่าการกลั่นน้ำมัน (Crack Spread) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดความสามารถในการทำกำไรของโรงกลั่น ยังอยู่ในระดับสูงกว่าก่อนสงครามถึง 2 เท่า ขณะที่แรงกดดันจากระบบท่อส่งและห่วงโซ่อุปทานยังคงอยู่ และเงินเฟ้อพื้นฐานยังแข็งแกร่ง

ชนาเบลยังระบุว่า ยุโรปกำลังเผชิญปัจจัยเสี่ยงใหม่จากคลื่นความร้อนและปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญ ซึ่งอาจผลักดันราคาอาหารให้สูงขึ้น ขณะที่ระดับน้ำฝนกำลังเข้าใกล้ระดับวิกฤต

ความเห็นของชนาเบลสะท้อนว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติมยังคงเป็นทางเลือกของ ECB แม้ว่าความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางยุโรปจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 2 ในการประชุมวันที่ 22-23 ก.ค. จะลดลงอย่างต่อเนื่องก็ตาม

ด้านปิแอร์ วุนช์ ผู้ว่าการธนาคารกลางเบลเยียม ซึ่งร่วมเสวนาในเวทีเดียวกัน กล่าวว่า เขาค่อนข้างคลายความกังวล เนื่องจากมองว่าผลกระทบของสงครามต่อราคาพลังงานได้สะท้อนออกจากราคาตลาดไปแล้ว

วุนช์ยังย้ำจุดยืนเดียวกับที่ให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์เมื่อเดือนที่แล้วว่า หาก ECB ต้องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกเป็นครั้งสุดท้าย ก็ไม่ควรรอนานเกินไป พร้อมระบุว่า แม้ ECB จะมีการปรับประมาณการเศรษฐกิจใหม่ในเดือน ก.ย. แต่หากรอถึงเวลานั้น การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอาจสายเกินไป เพราะสถานการณ์อาจเริ่มเปลี่ยนทิศทางแล้ว

โดย กัลยาณี ชีวะพานิช/รัตนา พงศ์ทวิช