
นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย ชี้แจงถึงแนวคิดการเออร์ลี่รีไทร์ข้าราชการ โดยย้ำว่าจะอยู่ในช่วงอายุประมาณ 40-45 ปี เพราะหากกำหนดเออร์ลี่รีไทร์เป็นอายุ 50 ปีขึ้นไป ก็จะเป็นเรื่องยากในการออกไปหางานใหม่ เพราะการเปลี่ยนทักษะการทำงานไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะทักษะการทำงานในปัจจุบันที่เป็นยุคของ AI ทำให้หลายคนตกงาน
“การที่จะให้คนอายุเยอะ มาเปลี่ยนอาชีพ จะสร้างความลำบากเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีครอบครัวที่ต้องดูแล ซึ่งคนที่ตัดสินใจจะเออร์ลี่รีไทร์ แสดงว่าเป็นคนที่มีความพร้อม เพราะฉะนั้น จึงยึดมาตรการการเออร์ลี่รีไทร์แบบสมัครใจ ซึ่งถ้าลาออก ก็แสดงว่า มีหนทางไป ก็ต้องให้ไป” รองนายกรัฐมนตรี กล่าว
ส่วนการประมาณจำนวนข้าราชการที่จะเออร์ลี่รีไทร์ ที่อายุ 40 ปีขึ้นไปนั้น นายปกรณ์ กล่าวว่า เบื้องต้นเป็นตัวเลขหลักหมื่นคน แต่ขณะนี้ตัวเลขยังไม่นิ่ง ทั้งนี้ สิ่งสำคัญในการที่จะเออร์ลี่รีไทร์ คือต้องเตรียมความพร้อมสำหรับการอยู่ในโลกอนาคต ดังนั้นจึงจะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ไม่ใช่การตัดสินใจแบบฉับพลัน
ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าแนวคิดดังกล่าวไม่สามารถดำเนินการได้นั้น นายปกรณ์ กล่าวว่า หากไม่ตัดสินใจเริ่มทำตั้งแต่ตอนนี้ และรอไปอีก 10 ปี ปัญหาก็จะเกิด และคนรุ่นต่อไปจะมีปัญหา และกลายเป็นว่าคนที่อายุมากทิ้งปัญหาไว้ให้คนรุ่นหลัง และย้ำว่า ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เพิ่งเกิด แต่หมกมานานแล้ว เพราะฉะนั้นต้องยอมรับ และพิจารณาว่าจะแก้ไขปัญหาอย่างไร
“ที่มาด่า มาแซะกัน ผมไม่ขอรับฟัง แต่ถ้าเสนอแนวคิดว่าให้ทำแบบนั้น แบบนี้ ผมชอบ ขอความเห็นแบบนั้นดีกว่า” นายปกรณ์ กล่าว
โดย ฐานิสร์ ทองนอก/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์





