ญี่ปุ่นจ่อปรับถ้อยคำแผนนโยบายเศรษฐกิจ ลดแรงกดดัน BOJ ปมขึ้นดอกเบี้ย

สำนักข่าวเกียวโดรายงานโดยอ้างอิงแหล่งข่าวในวันนี้ (8 ก.ค.) ว่า รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังดำเนินการปรับเปลี่ยนถ้อยคำในแนวทางนโยบายเศรษฐกิจ หลังตลาดตีความเนื้อหาดังกล่าวว่าเป็นการกดดันธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ไม่ให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลพุ่งสูงขึ้น

แหล่งข่าวระบุว่า ในร่างแผนแม่บทนโยบายเศรษฐกิจฉบับแรกภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ นั้น รัฐบาลกำลังพิจารณาที่จะเพิ่มคำว่า “มีส่วนช่วยให้บรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อที่มีเสถียรภาพ” เข้าไปในประโยคของร่างต้นฉบับที่กล่าวถึงการบริหารจัดการนโยบายการเงินอย่างเหมาะสม ซึ่งรัฐบาลระบุว่า เป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง

ทั้งนี้ ถ้อยคำเดิมในร่างแนวทางนโยบายเศรษฐกิจ ซึ่งเผยแพร่ออกมาเมื่อวันที่ 30 มิ.ย. ไม่ได้มีการอ้างถึงเป้าหมายของ BOJ ในการรักษาเสถียรภาพของเงินเฟ้อ ส่งผลให้เกิดการคาดการณ์ในตลาดว่า รัฐบาลกำลังเรียกร้องให้ BOJ ชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากกังวลว่าการดำเนินการดังกล่าวอาจทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวลง

จากข้อกังวลที่เพิ่มมากขึ้นว่า BOJ จะไม่สามารถรับมือกับภาวะราคาสินค้าที่พุ่งสูงขึ้นได้เนื่องจากแรงกดดันจากรัฐบาล ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปี ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐาน ทะยานขึ้นสู่ระดับสูงสุดใหม่ในรอบหลายทศวรรษ โดยแตะระดับ 2.870% ชั่วคราวในวันพุธ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2540

นอกจากนี้ เงินเยนยังอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ โดยเคลื่อนไหวใกล้ระดับต่ำสุดในรอบประมาณ 39 ปีครึ่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ท่ามกลางการคาดการณ์ที่ว่าส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างสหรัฐฯ กับญี่ปุ่นจะยังคงกว้างอยู่ เนื่องจากคาดว่า BOJ จะต้องเผชิญกับความยากลำบากในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย

แหล่งข่าวระบุว่า ร่างแผนแม่บทนโยบายเศรษฐกิจฉบับปรับปรุงได้ถูกนำเสนอต่อพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งนำโดยพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) เมื่อวันอังคาร (7 ก.ค.) โดยในส่วนบทนำระบุว่า “เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง การบริหารจัดการนโยบายการเงินอย่างเหมาะสมซึ่งมีส่วนช่วยให้บรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อที่มีเสถียรภาพ ถือเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง”

แม้ว่าการปรับเปลี่ยนข้อความดังกล่าวจะส่งสัญญาณว่ารัฐบาลได้เปลี่ยนท่าทีจากการสกัดกั้นไม่ให้ BOJ รีบร้อนปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แต่แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะรัฐมนตรีที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดทำแนวทางดังกล่าวพยายามลดทอนน้ำหนักของมุมมองดังกล่าวลง โดยระบุว่า “เป็นเพียงการปรับเปลี่ยนการใช้คำเท่านั้น”

แหล่งข่าวระบุเพิ่มเติมว่า การเปลี่ยนถ้อยคำมีความจำเป็นเพื่อให้สอดคล้องกับเนื้อหาในส่วนอื่น ๆ ของแนวทางนโยบายที่มีการอ้างอิงถึงนโยบายการเงินในลักษณะที่คล้ายคลึงกัน

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวจากรัฐบาลอีกรายหนึ่งระบุว่า “เราจำเป็นต้องเปลี่ยน เพราะตลาดเกิดความเข้าใจผิด”

โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต