ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 33. 48 อ่อนค่า รับราคาทองร่วง ตลาดกลับมากังวลสถานการณ์ตอ.กลาง

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาท [USDTHB.X] ปิดตลาดเย็นนี้ อยู่ที่ระดับ 33.48 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าจากช่วงเช้าที่เปิดตลาดที่ระดับ 33.37 บาท/ดอลลาร์

โดยระหว่างวัน เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบที่ 33.36-33.50 บาท/ดอลลาร์ (33.50 เป็นระดับอ่อนค่าสุด นับตั้งแต่ พ.ค. 68)

ปัจจัยหลักคือ ตลาดกลับมากังวลสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ซึ่งระหว่างวัน ประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์ ประกาศว่า ข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านจบลงแล้ว หลังจากเกิดปะทะกันที่ช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นมาแรง ส่วนราคาทองคำดิ่ง และบาทก็อ่อนค่า

นักบริหารเงิน คาดว่า พรุ่งนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 33.35 – 33.55 บาท/ดอลลาร์

*ปัจจัยสำคัญ

– เงินเยน อยู่ที่ระดับ 162.46 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 162.32 เยน/ดอลลาร์

– เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1400 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.1410 ดอลลาร์/ยูโร

– ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,576.25 จุด ลดลง 27.88 จุด (-1.74%) มูลค่าซื้อขาย 97,962.50 ล้านบาท

– สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติซื้อสุทธิ 3,232.25 ล้านบาท 

– พรรคประชาชน (ปชน.) เปิด 2 ฉากทัศน์ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เผยรัฐบาลต้องแสดงความรับผิดชอบ หาก 9 ก.ค. นี้ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคว่ำงบ ปมงบพลังงาน 2 แสนล้านบาท ไม่ได้มีความจำเป็นเร่งด่วน

– ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในงาน Monetary Policy Forum 2/2569 กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) รอบล่าสุด เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 69 ได้มีการปรับประมาณการตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ขึ้นมาอยู่ที่ 2.3% ซึ่งถือว่าเป็นระดับที่สูงสุดเมื่อเทียบกับในตลาดขณะนี้ พร้อมมองว่า การปรับนโยบายการเงินสู่ระดับปกติ (Policy Normalization) นั้น เศรษฐกิจไทยจำเป็นต้องเติบโตได้ตามศักยภาพ โดยควรขยายตัวได้อย่างน้อย 2.7% หรือสูงกว่าระดับนี้ไปอีกระยะ ซึ่งอาจจะอยู่ที่ 3% โดยต้องติดตามรอดูฝีมือคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ที่ตั้งเป้าการเติบโตของศักยภาพเศรษฐกิจไทยไว้ว่าจะสูงกว่า 3% ภายใน 3 ปี

– สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ประจำเดือนมิถุนายน 2569 อยู่ที่ระดับ 88.2 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 84.7 ในเดือนพฤษภาคม 2569

– ธนาคารกรุงเทพ ยังคงประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจไทยปี 2569 เติบโตที่ 1.5-2% ต่อปี ส่วนนโยบายการเงิน โดยเฉพาะอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 1% ต่อปี และอัตราแลกเปลี่ยนที่ 33-34 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐนั้น มองว่าเหมาะสมดีแล้ว และเชื่อว่าจะเป็นระดับที่ช่วยให้เศรษฐกิจไทยมีแรงส่ง เนื่องจากมองว่าในอนาคตปัจจัยเสี่ยงดังนั้นหากดอกเบี้ยสามารถลดลงได้เร็ว อัตราแลกเปลี่ยนอ่อนค่าได้เร็ว จะทำให้ภาคการส่งออก ภาคการท่องเที่ยว และภาคเกตรมีแรงส่ง

– ศูนย์ข้อมูลทางทะเลร่วม (JMIC) ซึ่งเป็นองค์กรด้านความมั่นคงทางทะเลนานาชาติที่นำโดยกองทัพเรือสหรัฐฯ ยกระดับการประเมินภัยคุกคามต่อเรือที่สัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซขึ้นสู่ระดับ “รุนแรง” (Severe) พร้อมแจ้งเตือนผู้ประกอบการเดินเรือให้เพิ่มความระมัดระวัง หลังเกิดเหตุอิหร่านโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันหลายลำ และประเมินว่า มีความเป็นไปได้ที่อิหร่านอาจก่อเหตุเพิ่มเติม

– หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์และรองผู้ว่าการฝ่ายเศรษฐกิจของธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) เตือนว่า เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญภาวะช็อกด้านอุปทาน (supply shock) ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งมากขึ้น และส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและอุปสงค์

– นักลงทุนจับตารายงานการประชุมประจำเดือนมิ.ย. ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งจะมีการเผยแพร่ในวันนี้ (8 ก.ค.) ตามเวลาสหรัฐฯ เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟดในปีนี้ โดยการประชุมดังกล่าวเป็นการประชุมครั้งแรกของเควิน วอร์ช ในฐานะประธานเฟดคนใหม่

โดย ฐานิสร์ ทองนอก/รัชดา คงขุนเทียน