ภาวะตลาดทองแดงนิวยอร์ก:ทองแดงปิดร่วง 1.9% หลังสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านพ่นพิษ ฉุดการผลิตโลกชะลอตัว

สัญญาทองแดงตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพุธ (8 ก.ค.) สอดคล้องกับการปรับตัวลงของกลุ่มโลหะพื้นฐาน เนื่องจากสงครามในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้น จนทำให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่า และทำให้นักลงทุนกังวลว่าภาคการผลิตทั่วโลกจะซบเซาลง

สัญญาทองแดงตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.ย. ลดลง 11.85 เซนต์ หรือ -1.90% ปิดที่ 6.1075 ดอลลาร์/ปอนด์

สาเหตุหลักมาจากเหตุปะทะระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่โจมตีตอบโต้กัน จนรัฐบาลสหรัฐฯ ต้องสั่งระงับการขายพลังงานของอิหร่าน ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ประกาศกร้าวว่า ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านสิ้นสุดลงแล้ว

ความขัดแย้งที่ปะทุขึ้นใหม่นี้ได้ดันราคาพลังงานให้พุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตและต้นทุนทางการเงินของผู้ประกอบการเพิ่มสูงขึ้น และกลายเป็นปัจจัยลบที่กดดันแนวโน้มกิจกรรมในภาคอุตสาหกรรม โดยความต้องการใช้ทองแดงมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับภาคการผลิต แนวโน้มอุปสงค์ที่อ่อนแอลงนี้จึงกลายเป็นแรงกดดันให้ราคาทองแดงปรับตัวลดลง

ความกังวลดังกล่าวได้บดบังความวิตกเกี่ยวกับภาวะอุปทานหยุดชะงักที่อาจเกิดขึ้น โดยนับตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มต้นขึ้นนั้น ภาคอุตสาหกรรมต่างเผชิญกับความกังวลเรื่องการขาดแคลนกรดซัลฟิวริก ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในกระบวนการถลุงทองแดง อย่างไรก็ตาม ปัญหาเรื่องกรดซัลฟิวริกได้คลี่คลายลงเนื่องจากผู้ส่งออกรายอื่น ๆ ได้เพิ่มปริมาณการส่งออกเข้ามาทดแทน เช่น ยอดการส่งออกแร่ธาตุที่ไม่ใช่โลหะของแคนาดา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกำมะถันที่ใช้ในการผลิตกรดซัลฟิวริก จนช่วยลดผลกระทบจากภาวะขาดแคลนอุปทานที่อาจเกิดขึ้นได้

โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์