ภาวะตลาดเงินบาท: เปิด 33.52 อ่อนค่าสุดรอบเกือบ 14 เดือน ลุ้นมติศาล พ.ร.ก.กู้เงินฯ

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ค่าเงินบาท [USDTHB.X] เปิดเช้านี้ที่ระดับ 33.52 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าจากปิดตลาดเมื่อวานนี้ที่ระดับ 33.48 บาท/ดอลลาร์

เงินบาทและสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาคอ่อนค่า หลังตลาดกลับมากังวลสถานการณ์ในตะวันออกกลางอีกครั้ง หลังนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่าข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านสิ้นสุดลง

“เงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 33.52 บาท/ดอลลาร์ เป็นระดับที่อ่อนค่าที่สุดในรอบเกือบ 14 เดือน หรือตั้งแต่เดือนพ.ค. 68” นักบริหารเงิน ระบุ

สำหรับปัจจัยในประเทศวันนี้ ตลาดรอติดตามผลการประชุมและลงมติของศาลรัฐธรรมนูญ ต่อพ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 (พ.ร.ก.กู้เงินฯ) วงเงิน 4 แสนล้านบาท ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่

นักบริหารเงิน คาดกรอบเงินบาทวันนี้ จะอยู่ที่ระดับ 33.35 – 33.60 บาท/ดอลลาร์

ปัจจัยสำคัญ

– เงินเยน อยู่ที่ระดับ 162.52 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 162.46 เยน/ดอลลาร์

– เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1420 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 1.1400 ดอลลาร์/ยูโร

– อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท. อยู่ที่ระดับ 33.393 บาท/ดอลลาร์

– “ครม.อนุทิน” ลุ้นศาลรัฐธรรมนูญลงมติชี้ขาด “พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน” ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ด้านพรรคประชาชน วาง 2 ฉากทัศน์ ชี้รุนแรงสุดกฎหมายไม่ผ่าน นายกฯ ควรลาออก

– ธปท. มองตัวเลขเศรษฐกิจปีนี้โตดี ตามภาคส่งออก แต่ภาพรวมคนไทยยังไม่ดีตามไปด้วย จับตา 3 ปัจจัยกดดันเงินเฟ้อ สินค้ามีโอกาสขึ้นราคาต่อปรากฏการณ์เอลนีโญ และสงครามที่ยังไม่สงบ

– เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ได้อนุมัติส่งเสริมการลงทุนโครงการขนาดใหญ่จำนวน 9 โครงการ มูลค่ารวม 66,320 ล้านบาท ครอบคลุมอุตสาหกรรมอาหาร ขนส่งทางอากาศ วัสดุอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง การจัดเก็บและประมวลผลข้อมูล และพลังงานหมุนเวียนซึ่งจะช่วยยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ สร้างงานที่มีคุณค่า และเสริมสร้างความเข้มแข็งของห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมเป้าหมาย

– ส.อ.ท. เผยดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมเดือน มิ.ย. 69 ฟื้นตัวในรอบ 4 เดือนอยู่ที่ระดับ 88.2 รับแรงหนุนไทยช่วยไทยพลัส-ราคาพลังงานลด

– ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เปิดเผยรายงานการประชุมประจำวันที่ 16-17 มิ.ย. โดยระบุว่า กรรมการเฟดมีความกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ ขณะเดียวกัน บรรดาเจ้าหน้าที่เฟดได้ดำเนินตามแนวทางของเควิน วอร์ช ประธานเฟด ที่ต้องการให้การแถลงการณ์นโยบายมีรายละเอียดน้อยลง แม้มีความกังวลว่า การเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อกำลังขยายวงกว้างและอาจจำเป็นต้องมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยก็ตาม

– กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ยืนยันว่า กองกำลังสหรัฐฯ ได้ทำการโจมตีอิหร่านเป็นวันที่ 2 ติดต่อกันในวันพุธ  (8 ก.ค.) เพื่อบั่นทอนขีดความสามารถของอิหร่านในการคุกคามเสรีภาพของการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ

– กระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ออกแถลงการณ์ประณามการโจมตีของสหรัฐฯ เมื่อวานนี้ โดยระบุว่าเป็นการละเมิดอย่างร้ายแรงต่อกฎบัตรสหประชาชาติและบันทึกความเข้าใจ (MOU) ที่ทั้งสองฝ่ายเพิ่งลงนามกัน

– สำนักข่าวของอิหร่าน รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวระบุว่า อิหร่านจะปิดช่องแคบฮอร์มุซ และจะโจมตีเป้าหมายเป็นจำนวน 2 เท่า หากสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่านครั้งใหม่

– สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 4% ในวันพุธ (8 ก.ค.) หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ขู่ที่จะเปิดฉากโจมตีอิหร่านรอบใหม่ ซึ่งทำให้ตลาดกังวลว่า สถานการณ์ตึงเครียดที่กลับมาปะทุขึ้นอีกครั้งในตะวันออกกลาง อาจส่งผลให้การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซต้องหยุดชะงักลง

– สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพุธ (8 ก.ค.) หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ขู่โจมตีอิหร่านรอบใหม่ ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น และทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ

– ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพุธ (8 ก.ค.) ขณะที่นักลงทุนประเมินสถานการณ์ในตะวันออกกลางหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวว่า ข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านได้สิ้นสุดลงแล้ว

– กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เปิดเผยรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก (WEO) โดยคาดว่า เศรษฐกิจโลกจะมีการขยายตัวเพียง 3.0% ในปี 69 ก่อนฟื้นตัวสู่ระดับ 3.4% ในปี 70 ตัวเลขดังกล่าวต่ำกว่าอัตราการขยายตัว 3.5% ในปี 68 และต่ำกว่าคาดการณ์ในเดือน เม.ย. ที่ระดับ 3.1%

– ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (ADB) ปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียและแปซิฟิกสำหรับปี 69 ขึ้นเล็กน้อยสู่ระดับ 4.9% และปรับเพิ่มคาดการณ์ปี 70 เป็น 5.1% หลังจากความกังวลเกี่ยวกับวิกฤตในตะวันออกกลางคลี่คลายลง

โดย ปภัสสร องค์พิเชฐเมธา/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์