
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า สหรัฐฯ อาจให้สิทธิยูเครนในการผลิตขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศแพทริออต (Patriot) ด้วยตัวเอง ในระหว่างการหารือกับประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน นอกรอบการประชุมสุดยอดนาโต ณ กรุงอังการา ประเทศตุรกี อย่างไรก็ตาม เขายืนยันว่าสหรัฐฯ จะไม่ส่งขีปนาวุธแพทริออตให้ยูเครนโดยตรง
“เราจะให้สิทธิคุณผลิตขีปนาวุธแพทริออตเอง ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะด้วยวิธีนี้ คุณจะบ่นไม่ได้ว่าเราให้ขีปนาวุธไม่เพียงพอ” ทรัมป์กล่าวกับเซเลนสกีในวันพุธ (8 ก.ค.) “แพทริออตเป็นอาวุธสำหรับการป้องกัน ซึ่งผมชอบมากกว่าอาวุธที่ใช้โจมตี”
ทั้งนี้ สหรัฐฯ ใช้ขีปนาวุธสกัดกั้นจากคลังแสงไปเป็นจำนวนมากระหว่างการทำสงครามกับอิหร่าน โดยศูนย์ศึกษาการระหว่างประเทศและยุทธศาสตร์ (CSIS) ประเมินว่า นับจนถึงเดือนเม.ย. กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ใช้ขีปนาวุธแพทริออตไปแล้วเกือบครึ่งหนึ่งของที่มีอยู่ทั้งหมด
ทรัมป์ตอบคำถามเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะส่งขีปนาวุธแพทริออตให้ยูเครนโดยตรงว่า “เรามีขีปนาวุธแพทริออต แต่ไม่ได้มีมากขนาดนั้น เราจำเป็นต้องเก็บไว้ใช้เองด้วย” พร้อมกับเสริมว่า ยูเครนสามารถจัดตั้งสายการผลิตขีปนาวุธแพทริออตได้ภายในเวลาไม่นาน
อย่างไรก็ตาม ยูเครนอาจเผชิญความท้าทายในการจัดหาชิ้นส่วนสำหรับประกอบอาวุธที่มีความซับซ้อนดังกล่าว เนื่องจากห่วงโซ่อุปทานที่มีอยู่ในปัจจุบันกำลังเผชิญกับภาวะตึงตัวอยู่แล้ว โดยขีปนาวุธแพทริออตหนึ่งลูกต้องใช้เวลาหลายปีในการผลิต ซึ่งหมายความว่ายูเครนไม่สามารถผลิตขีปนาวุธแพทริออตได้ภายในระยะเวลาอันสั้นอย่างที่ยูเครนต้องการ
โดย ปรียพรรณ มีสุข/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์





