
นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า เงินบาท [USDTHB.X] ปิดตลาดเย็นนี้ อยู่ที่ระดับ 33.44/45 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าจากช่วงเช้า ที่เปิดตลาดที่ระดับ 33.52 บาท/ดอลลาร์
โดยระหว่างวัน เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบที่ 33.38 – 33.53 บาท/ดอลลาร์ ในช่วงเช้าตัวเลขเงินเฟ้อของจีนออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาด ส่งผลให้สกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาครวมทั้งเงินบาท เคลื่อนไหวในทิศทางอ่อนค่า
อย่างไรก็ดี ในระหว่างวันราคาทองคำมีการปรับขึ้น ส่งผลให้ค่าเงินบาทกลับมาแข็งค่า ส่วนกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญ ประกาศผลวินิจฉัย พ.ร.ก.กู้เงินฯ 4 แสนล้านบาทไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญนั้น ส่งผลต่อค่าเงินบาทแบบจำกัด
สำหรับคืนนี้ ตลาดรอติดตามจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ของสหรัฐฯ
นักบริหารเงิน คาดว่า พรุ่งนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 33.30 – 33.55 บาท/ดอลลาร์
*ปัจจัยสำคัญ
– เงินเยน อยู่ที่ระดับ 162.41/43 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 162.52 เยน/ดอลลาร์
– เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1429/1430 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.1420 ดอลลาร์/ยูโร
– ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,608.30 จุด เพิ่มขึ้น 32.05 จุด (+2.03%) โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 79,975.90 ล้านบาท
– สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติซื้อสุทธิ 8,685.57 ล้านบาท
– ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัย พ.ร.ก.กู้เงินฯ 4 แสนล้านบาท โดยเห็นว่า “ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ” โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรก เงินเยียวยา 2 แสนล้านบาท มีมติเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 และส่วนที่สอง แผนเปลี่ยนผ่านพลังงาน 2 แสนล้านบาทหลัง มีมติ 7 ต่อ 2
– ม.หอการค้าไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือน มิ.ย. 69 อยู่ที่ระดับ 50.7 สูงขึ้นจากเดือน พ.ค. 69 โดยพลิกกลับมาดีขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มคลายความกังวลภาวะสงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน หลังทั้งสองฝ่ายบรรลุ MOU หยุดยิงชั่วคราว ทำให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกและในประเทศเริ่มปรับตัวลดลงด้วย ประกอบเริ่มมาตรการ “ไทยช่วยไทยพลัส” เป็นเดือนแรก ซึ่งส่งผลทางจิตวิทยาในเชิงบวกและช่วยเพิ่มกำลังซื้อของประชาชนในประเทศ ส่งผลบวกต่อการฟื้นตัวของภาพรวมเศรษฐกิจไทย และเป็นผลดีต่อค่าครองชีพของประชาชน
– ม.หอการค้าไทย เปิดเผยผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย เดือนมิ.ย. 69 ว่า พบว่า อยู่ที่ระดับ 41.4 ลดลงจากเดือนพ.ค. 69 เนื่องจากผู้ประกอบธุรกิจ ยังมีความกังวลต่อสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งแม้ในเดือนมิ.ย. นี้ จะมีมาตรการ “ไทยช่วยไทยพลัส” แต่ก็ยังเป็นช่วงเดือนแรก จึงอาจยังไม่ได้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้มีสัญญาณฟื้นตัวขึ้นได้ชัดเจนมากนัก ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบธุรกิจ ยังมองว่า รัฐบาลยังไม่มีมาตรการที่ช่วยดูแลภาคธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้นจากผลของราคาพลังงานในตลาดโลก เนื่องมาจากปัญหาความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง
– ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจปี 69 ของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ลงมาอยู่ที่ 4.6% เนื่องจากได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ราคาพลังงานและอาหารในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้น จนกลายเป็นแรงกดดันต่ออัตราเงินเฟ้อทั่วทั้งภูมิภาค สำหรับประเทศไทย ยังคงคาดการณ์อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจไว้ในระดับเดิมที่ 1.8% ในปี 69 และ 2.0% ในปี 70 แต่ปรับเพิ่มประมาณการอัตราเงินเฟ้อปี 69 ขึ้นอย่างมีนัยสำคัญมาอยู่ที่ 2.9%
– กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) เปิดเผยในวันนี้ว่า IRGC ได้โจมตีฐานทัพทหารของสหรัฐฯ ในคูเวตและบาห์เรน เพื่อตอบโต้ต่อการโจมตีครั้งใหม่ของสหรัฐฯ
– ผู้นำของทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ธนาคารโลก (World Bank) และองค์การการค้าโลก (WTO) ระบุในแถลงการณ์ร่วมเมื่อวันพุธ (8 ก.ค.) ว่า เศรษฐกิจโลกโดยรวมยังคงสามารถรับมือกับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางได้ค่อนข้างดี
– สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีน (NBS) รายงานในวันนี้ว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สำคัญ ปรับตัวขึ้น 1% ในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งชะลอตัวลงจากระดับ 1.2% ในเดือนพ.ค. และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 1.1%
โดย ปภัสสร องค์พิเชฐเมธา/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์





