ภาวะตลาดน้ำมัน: น้ำมัน WTI ปิดลบ $1.44 กังวลเงินเฟ้อสูง-ศก.ชะลอตัวฉุดดีมานด์

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพฤหัสบดี (9 ก.ค.) เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าเงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้นและภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอลงอาจส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลก ขณะที่นักลงทุนจับตาแนวโน้มอุปทานน้ำมัน หลังจากการปะทะกันรอบใหม่ระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านมีความเสี่ยงที่จะทำให้การเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบต้องล่าช้าออกไป

ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือนส.ค. ลดลง 1.44 ดอลลาร์ หรือ 1.96% ปิดที่ 72.08  ดอลลาร์/บาร์เรล

ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) [BRENT.X]  ส่งมอบเดือนก.ย. ลดลง 1.72 ดอลลาร์ หรือ 2.2% ปิดที่ 76.30 ดอลลาร์/บาร์เรล

ราคาน้ำมันปรับตัวลงท่ามกลางความวิตกกังวลว่า ภาวะเงินเฟ้ออาจผลักดันให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยรายงานการประชุมเฟดประจำเดือนมิ.ย.บ่งชี้ว่า กรรมการเฟดส่วนใหญ่มีความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ และกรรมการบางส่วนสนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อจะยังคงอยู่ในระดับสูง

ทั้งนี้ การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืมปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจอ่อนแอลงและบั่นทอนความต้องการใช้พลังงาน 

ด้านกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกในปี 2569 จะขยายตัวเพียง 3.0% ซึ่งต่ำกว่าอัตราการขยายตัว 3.5% ในปี 2568 และต่ำกว่าการคาดการณ์ในเดือนเม.ย.ที่ระดับ 3.1%

นักลงทุนยังคงติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยมีรายงานว่ากองทัพอิหร่านได้เปิดฉากโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางทหารของสหรัฐฯ ในกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซียเมื่อวันพฤหัสบดี หลังจากที่สหรัฐฯ โจมตีจังหวัดชายฝั่งทางตอนใต้และจังหวัดทางตะวันออกของอิหร่าน ซึ่งทำให้ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสองประเทศมีความเปราะบางมากยิ่งขึ้น 

ส่วนสถานการณ์ระหว่างยูเครนและรัสเซียนั้น ล่าสุดมีรายงานว่ากองทัพยูเครได้ส่งโดรนโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของรัสเซียอีกกว่าสิบลำในทะเลอาซอฟเมื่อคืนที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายที่จะขัดขวางการลำเลียงขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงให้กับกองกำลังรัสเซีย

โดย รัตนา พงศ์ทวิช