
นางศุภจี สุธรรมพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ เปิดใจถึงกระแสวิจารณ์เรื่องการทำงานและการสื่อสาร โดยยอมรับว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เคยเตือนว่าทำงานอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ แต่ต้องสื่อสารให้ประชาชนได้รับรู้ด้วย
นางศุภจี กล่าวถึงวลี “ศุภจีหายไปไหน” ว่าอาจเกิดจากประชาชนยังไม่เห็นผลลัพธ์ของงาน หรือเป็นเพราะตนถูกคาดหวังไว้สูง เมื่อผลงานยังไม่ปรากฏชัดในสายตาสังคม จึงเกิดคำถามตามมา ซึ่งยอมรับว่าต้องปรับปรุงการสื่อสารให้กระชับ ชัดเจน และบอกเล่าผลลัพธ์ให้มากขึ้น
รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ยืนยันว่า ไม่ได้หายไปไหน แต่ช่วงที่ผ่านมา ให้ความสำคัญกับการทำงานหน้างานมากกว่า เพราะแต่ละวันมีภารกิจมาก ต้องรับมือวิกฤตซ้อนวิกฤต ทั้งสงคราม ค่าครองชีพ สินค้าเกษตร และการเจรจาการค้าในมิติภูมิรัฐศาสตร์ที่ซับซ้อน พร้อมยอมรับว่า การเข้ามาทำงานการเมืองหนัก และรุนแรงกว่าการทำงานในภาคเอกชนมาก แต่ยืนยันว่าไม่ท้อ ไม่ได้ร้องไห้ และไม่ได้วิ่งหนีไปไหน แม้จะมีช่วงจิตตกจากภาระงานที่หนัก และงบประมาณจำกัดในการช่วยเหลือประชาชนก็ตาม
นางศุภจี กล่าวว่า ปัญหาอีกส่วนคือการสื่อสารของตนคือมักอธิบายยาว จนทำให้หลายครั้ง ถูกตัดทอนข้อความแล้วไปสื่อสารผิดเจตนา เช่น กรณีกุ้ง ที่ถูกสรุปว่าให้คนไทยช่วยกันกินกุ้ง ทั้งที่ข้อเท็จจริง คือ การใช้กลไกตลาดเข้าไปดูดซับผลผลิต และพยุงราคาเกษตรกร เช่นเดียวกับกรณีมะพร้าว ที่ถูกล้อเลียนเรื่องนำไปกระจายในปั๊มน้ำมัน ทั้งที่เป็นความพยายามช่วยดูดซับอุปทานส่วนเกินในช่วงราคาตกต่ำ แต่เมื่อกลายเป็น “มีม” ในโซเชียล ผู้ประกอบการที่ตั้งใจเข้ามาช่วย ก็ถูกกดดันและต้องถอยออกไป
“สิ่งที่โฟกัสคือ การทำหน้าที่ตรงนี้ให้ดีที่สุด ยืนยันว่า นายกรัฐมนตรีไม่เคยก้าวก่ายการทำงาน แต่คอยสนับสนุน และช่วยประสานงานในเรื่องระหว่างประเทศ ที่ต้องอาศัยการทำงานร่วมกันจากหลายกระทรวง” รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ กล่าว
พร้อมระบุว่า ยินดีรับฟังคำวิจารณ์จากฝ่ายค้าน หากอยู่บนพื้นฐานของข้อมูล เพราะสามารถนำมาปรับปรุงการทำงานให้รอบด้านขึ้นได้ สิ่งสำคัญจากนี้คือเดินหน้าทำงานต่อ และสื่อสารให้ประชาชนได้รับทราบมากขึ้นว่าการทำงานมีความคืบหน้าไปถึงจุดใดแล้ว
โดย ฐานิสร์ ทองนอก/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์





