นายกฯ เผยไทย-มาเลเซีย เร่ง MOU แก้ปัญหาประมงและเกษตร-ย้ำไฮสปีด 3 สนามบินยึดหลักสัญญา

นายกรัฐมนตรี เผยผลเยือนมาเลเซีย เล็งคลอดแนวปฏิบัติร่วมกู้ชีพภาคประมงและการเกษตรโดยไม่ต้องรอ MOU มีผลบังคับใช้ พร้อมย้ำชัดเดินหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินตามเงื่อนไขสัญญาเดิม เดินหน้าส่งปลัดคลังคุมเข้มคัดกรองงบกู้เงิน หวังกระตุ้นเศรษฐกิจโปร่งใส ไร้ล็อกสเปก

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เปิดเผยภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจเยือนมาเลเซียอย่างเป็นทางการและประชุม มอบนโยบายการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความร่วมมือด้านการแก้ไขปัญหาประมงและการเกษตรระหว่างไทยและมาเลเซียว่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ของทั้งสองประเทศ ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) และได้ข้อสรุปร่วมกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยได้หารือกันว่า ในระหว่างที่รอให้บันทึกความเข้าใจมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ ซึ่งอาจต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง ทั้งสองฝ่ายควรเร่งกำหนดแนวทางปฏิบัติร่วมกัน เพื่อให้สามารถดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องได้โดยไม่ต้องรอให้กระบวนการแล้วเสร็จทั้งหมด

สำหรับกรณีภาพข่าวที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางไปประเทศอินโดนีเซีย นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติ เนื่องจากอดีตนายกรัฐมนตรีมีความสัมพันธ์อันดีกับผู้นำประเทศต่าง ๆ ในอาเซียนหลายประเทศ การเดินทางไปพบปะในลักษณะดังกล่าวเป็นการดำเนินการในฐานะส่วนบุคคล มิใช่ในนามของรัฐบาล จึงถือเป็นเรื่องปกติของมิตรภาพระหว่างผู้นำที่เคยร่วมงานและรู้จักกันมา ไม่ควรนำไปเชื่อมโยงกับประเด็นทางการเมือง

ส่วนความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ประเด็นที่มีการยกเลิกบางส่วนเป็นเรื่องของการรักษาสถานะทางกฎหมาย ขณะที่รัฐบาลยังคงยึดมั่นในการดำเนินการตามสัญญา ระเบียบ และข้อผูกพันที่คู่สัญญามีต่อกัน โดยรายละเอียดจะต้องเป็นไปตามการพิจารณาของคู่สัญญาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ รัฐบาลยืนยันว่าจะยึดหลักกฎหมายเป็นสำคัญ และในขณะนี้ทุกอย่างยังคงเป็นไปตามเงื่อนไขของสัญญา

นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการเร่งยุติความขัดแย้ง ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่ พร้อมทั้งได้กำชับฝ่ายความมั่นคงและฝ่ายปกครองให้บูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงาน พร้อมทั้งคำนึงถึงวิถีชีวิต วัฒนธรรม และการให้เกียรติพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่ เพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นยาเสพติด การลักลอบค้าของเถื่อน หรือการค้ามนุษย์ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีความอ่อนไหวและต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ส่วนการพูดคุยกับกลุ่มที่เกี่ยวข้องนั้น จะมีกลไกและคณะทำงานรับผิดชอบดำเนินการในรายละเอียดต่อไป

ในส่วนของพระราชกำหนดงบประมาณกู้เงิน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทุกโครงการจะต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการ โดยรัฐบาลได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธานคณะกรรมการ มีเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รวมถึงผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นกรรมการ เพื่อพิจารณาโครงการอย่างรอบคอบและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศและประชาชน พร้อมยืนยันว่า หากสามารถเบิกจ่ายเงินกู้ได้ตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศได้ในระดับหนึ่ง ส่วนโครงการใดจะได้รับการอนุมัติหรือไม่นั้น เป็นอำนาจของคณะกรรมการกลั่นกรอง โดยยืนยันว่าจะดำเนินการด้วยความโปร่งใส และจะไม่เปิดช่องให้เกิดการทุจริตหรือการล็อกสเปกอย่างแน่นอน

สำหรับงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัย นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ไม่ได้มุ่งแก้ไขปัญหาเฉพาะในจังหวัดสงขลาหรืออำเภอหาดใหญ่เท่านั้น แต่ครอบคลุมถึงจังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้งหมดที่ประสบปัญหาอุทกภัยเป็นประจำทุกปี ส่วนประเด็นการปรับลดงบประมาณในบางโครงการ ขอให้เป็นไปตามการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

โดย ปภัสสร องค์พิเชฐเมธา/เสาวลักษณ์ อวยพร