
สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลดลงในวันศุกร์ (10 ก.ค.) และปิดสัปดาห์นี้ในแดนลบ เนื่องจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง กระตุ้นความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ และหนุนการคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น
ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) [GOLD.X] ส่งมอบเดือนส.ค. ลดลง 27.10 ดอลลาร์ หรือ 0.65% ปิดที่ 4,113.70 ดอลลาร์/ออนซ์
นักวิเคราะห์จาก TD Securities กล่าวว่า ปัจจัยหลักในขณะนี้คือ ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่กลับมาปะทุอีกครั้ง โดยนักลงทุนส่วนใหญ่ไม่ต้องการถือครองทองคำและโลหะเงินในช่วงนี้ ส่งผลให้ราคาทองคำอ่อนตัวลงมาใกล้ระดับ 4,100 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์
ทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ระบุเมื่อวันศุกร์ว่า ความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้นระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในช่วงที่ผ่านมา อาจทำให้ประมาณการที่ว่า ตลาดน้ำมันโลกจะมีอุปทานส่วนเกินจำนวนมากในปีหน้าต้องเปลี่ยนแปลงไป
ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นตลอดทั้งสัปดาห์ จากความกังวลด้านอุปทาน หลังเกิดการโจมตีรอบใหม่ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
ราคาพลังงานที่สูงขึ้นได้กระตุ้นความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ ส่งผลให้ตลาดคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางหลายแห่งจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
แม้ว่าทองคำจะถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ แต่การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมักส่งผลลบต่อทองคำซึ่งไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย เนื่องจากทำให้สินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนจากดอกเบี้ยมีความน่าสนใจมากขึ้น
นักวิเคราะห์กล่าวว่า ทุกสัญญาณบ่งชี้ว่าตลาดกำลังกังวลเรื่องเงินเฟ้อ โดยเฉพาะหลังจากราคาน้ำมันฟื้นตัวในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ซึ่งจะทำให้ธนาคารกลางต่าง ๆ โดยเฉพาะเฟด ยังคงดำเนินนโยบายอย่างระมัดระวัง
ข้อมูลจากเครื่องมือ CME FedWatch Tool ระบุว่า นักลงทุนให้น้ำหนักประมาณ 69% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย.
รายงานการประชุมเฟดเมื่อเดือนมิ.ย. สะท้อนให้เห็นว่ากรรมการมีมุมมองเข้มงวดต่อการดำเนินนโยบายการเงินมากขึ้น ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง
ขณะนี้นักลงทุนจับตาการเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อในสัปดาห์หน้า รวมถึงการแถลงต่อสภาของ เควิน วอร์ช ประธานเฟด เพื่อหาสัญญาณเพิ่มเติมเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงิน
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช





