ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลลาร์เคลื่อนไหวในกรอบแคบ ขณะเยนได้แรงหนุนจากแผนลงทุนของรัฐบาลญี่ปุ่น

ดอลลาร์สหรัฐเคลื่อนไหวในกรอบแคบในวันศุกร์ (10 ก.ค.) และปิดตลาดสัปดาห์นี้ด้วยการแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ขณะที่นักลงทุนประเมินผลกระทบของทิศทางเงินเฟ้อที่เปลี่ยนแปลงไปและแนวโน้มนโยบายการเงิน ควบคู่กับการฟื้นตัวของราคาน้ำมัน

 ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.05% แตะระดับ 100.953

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินฟรังก์สวิส โดยอยู่ที่ 0.8085 ฟรังก์สวิสในวันศุกร์ จาก 0.8066 ฟรังก์สวิสในวันพฤหัสบดี แต่ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน โดยซื้อขายที่ระดับ 161.69 เยนในวันศุกร์ จาก 162.34 เยนในวันพฤหัสบดี และดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา โดยอยู่ที่ 1.4152 ดอลลาร์แคนาดา จาก 1.4167 ดอลลาร์แคนาดา

ส่วนเงินยูโรอ่อนค่าลงสู่ระดับ 1.1416 ดอลลาร์สหรัฐในวันศุกร์ จาก 1.1434 ดอลลาร์สหรัฐในวันพฤหัสบดี ขณะที่เงินปอนด์สเตอร์ลิงอ่อนค่าลงสู่ระดับ 1.3398 ดอลลาร์สหรัฐ จาก 1.3416 ดอลลาร์สหรัฐ

เงินเยนแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ หลังมีรายงานว่าญี่ปุ่นอาจปรับนโยบายให้กองทุนบำเหน็จบำนาญเพิ่มการลงทุนในสินทรัพย์ภายในประเทศ

เงินเยนแข็งค่าจากแผนเพิ่มการลงทุนของกองทุนบำเหน็จบำนาญ โดยความเคลื่อนไหวที่โดดเด่นของตลาดในวันศุกร์เกิดขึ้นหลัง ซัตสึกิ คาตายามะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนใหม่ของญี่ปุ่น เปิดเผยว่า รัฐบาลกำลังพิจารณามาตรการเชิงโครงสร้างเพื่อส่งเสริมให้กองทุนบำเหน็จบำนาญภาครัฐ (GPIF) เพิ่มสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์ภายในประเทศอย่างมีนัยสำคัญ

กองทุนดังกล่าวบริหารสินทรัพย์มูลค่าสูงถึง 293.6 ล้านล้านเยน (ประมาณ 1.81 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ) จึงมีอิทธิพลอย่างมากต่อกระแสเงินทุนทั่วโลก ความเป็นไปได้ที่กองทุนจะนำเงินลงทุนจำนวนมากกลับมาลงทุนในประเทศ ได้กระตุ้นความต้องการถือครองเงินเยนทันที ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปี ลดลง 3.4% ขณะที่ราคาพันธบัตรปรับตัวสูงขึ้น

การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างดังกล่าวสะท้อนถึงการปรับยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญของรัฐบาลญี่ปุ่นในการพยุงค่าเงินเยน ตลอดเวลากว่าหนึ่งปีที่ผ่านมา ทางการญี่ปุ่นได้ใช้มาตรการแทรกแซงตลาดโดยตรงที่มีต้นทุนสูง ผ่านการซื้อเงินเยนและขายเงินดอลลาร์สหรัฐจากทุนสำรองระหว่างประเทศ พร้อมทั้งส่งสัญญาณเตือนด้วยวาจาอย่างต่อเนื่องเพื่อสกัดการเก็งกำไรในตลาดเงิน

โดย กัลยาณี ชีวะพานิช