
ประชาชนชาวญี่ปุ่นจำนวนมากรวมตัวกันบริเวณหน้าอาคารรัฐสภาแห่งชาติในกรุงโตเกียวเมื่อเย็นวันศุกร์ (10 ก.ค.) เพื่อประท้วงนโยบายและร่างกฎหมายหลายฉบับที่รัฐบาลของนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ ผลักดัน โดยมองว่านโยบายดังกล่าวจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดสงครามและเร่งการเสริมสร้างศักยภาพทางทหารของประเทศ
ผู้จัดการชุมนุมระบุว่า มีผู้เข้าร่วมการประท้วงในพื้นที่ราว 27,000 คน และมีผู้ร่วมติดตามทางออนไลน์ประมาณ 110,000 คน โดยผู้ชุมนุมเรียงแถวยาวหลายกิโลเมตรรอบอาคารรัฐสภา พร้อมตะโกนคำขวัญต่อต้านรัฐบาล และร่วมกันอ่านมาตรา 9 ของรัฐธรรมนูญญี่ปุ่น เพื่อย้ำจุดยืนคัดค้านการใช้กำลังทางทหาร
กระแสคัดค้านเกิดขึ้นหลังจากพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล ใช้เสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรผลักดันร่างกฎหมายหลายฉบับ นับตั้งแต่การเลือกตั้งเมื่อเดือน ก.พ. รวมถึงกฎหมายจัดตั้งสภาข่าวกรองแห่งชาติ แม้จะถูกคัดค้านจากพรรคฝ่ายค้านและภาคประชาชน นอกจากนี้ พรรค LDP ยังเสนอเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหม เพื่อเปิดทางให้ญี่ปุ่นเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศ ผ่านการปรับแก้เอกสารยุทธศาสตร์ความมั่นคงสำคัญ 3 ฉบับภายในปีนี้
โนริโกะ คานาโมริ หนึ่งในผู้ชุมนุม กล่าวกับสำนักข่าวซินหัวว่า นโยบายหลายด้านที่รัฐบาลทาคาอิจิผลักดันในช่วงที่ผ่านมา เปรียบเสมือนการเตรียมความพร้อมสำหรับการทำสงคราม พร้อมวิจารณ์การที่นายกรัฐมนตรีระบุเพียงว่าญี่ปุ่นไม่ได้อยู่ในภาวะสงคราม เพื่อตอบข้อกังวลของประชาชน ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับผู้คัดค้าน
คานาโมริยังเห็นว่า ในช่วงที่ประชาชนจำนวนมากกำลังเผชิญผลกระทบจากวิกฤตราคาน้ำมันโลก รัฐบาลกลับให้ความสำคัญกับการจัดตั้งหน่วยงานใหม่ เช่น สภาข่าวกรองแห่งชาติ (National Intelligence Council) แทนที่จะเร่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน
ผู้ประท้วงอีกรายหนึ่งระบุว่า รัฐบาลตัดสินใจดำเนินนโยบายสำคัญหลายเรื่องโดยไม่รับฟังความคิดเห็นของประชาชน และมองว่าการดำเนินการของรัฐบาลกำลังค่อย ๆ ผลักดันให้ญี่ปุ่นเข้าใกล้ความขัดแย้งทางทหารมากขึ้น
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนถึงความกังวลที่ยังคงเพิ่มขึ้นในหมู่ประชาชนญี่ปุ่นต่อทิศทางการเสริมสร้างกำลังทางทหารของประเทศ ซึ่งยังเป็นประเด็นถกเถียงอย่างต่อเนื่อง
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช





