
ตลาดหุ้นเอเชียเปิดลบในวันนี้ (13 ก.ค.) หลังจากมีรายงานว่าสหรัฐอเมริกาและอิหร่านได้ปะทะกันรอบใหม่ และอิหร่านได้ประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งสถานการณ์ตึงเครียดดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นเช้านี้ และทำให้ตลาดกลับมาวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อทั่วโลกอีกครั้ง
- ดัชนีนิกเกอิ [NIKKEI.X] ตลาดหุ้นญี่ปุ่น เปิดที่ระดับ 68,410.63 จุด ลดลง 147.10 จุด หรือ -0.21%
- ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ตลาดหุ้นฮ่องกง เปิดที่ระดับ 24,157.65 จุด ลดลง 17.47 จุด หรือ -0.07%
- ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] ตลาดหุ้นจีน เปิดที่ระดับ 3,966.02 จุด ลดลง 30.14 จุด หรือ -0.75%
- ดัชนี KOSPI [KOSPI.X] ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ร่วงลง 2.47%
- ดัชนี S&P/ASX 200 [XJO.X] ตลาดหุ้นออสเตรเลีย ปรับตัวลง 0.2%
เพรส ทีวี (Press TV) ซึ่งเป็นสื่อของรัฐบาลอิหร่าน รายงานว่า มีเสียงระเบิดดังขึ้นหลายครั้งในช่วงเช้าวันนี้ (13 ก.ค.) ในเมืองท่าซีริก, บันดาร์ อับบาส และจาสก์ ซึ่งเมืองเหล่านี้ตั้งอยู่ในจังหวัดฮอร์โมซกันทางตอนใต้ของอิหร่าน
ไม่กี่นาทีหลังเกิดเหตุระเบิด กองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า กองกำลังสหรัฐฯ ได้เปิดฉากโจมตีอิหร่านเพิ่มเติม เพื่อลดขีดความสามารถของอิหร่านในการโจมตีเรือพลเรือนและเรือพาณิชย์ที่สัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างเสรี
ด้านกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซในวันอาทิตย์ (12 ก.ค.) โดยระบุว่าช่องแคบแห่งนี้จะปิดจนกว่าจะมีประกาศเพิ่มเติม และจนกว่าสหรัฐฯ จะหยุดแทรกแซงภูมิภาคตะวันออกกลาง
การเผชิญหน้ากันระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นกว่า 3% ในช่วงเช้าวันนี้ โดยราคาน้ำมันเบรนท์ (Brent) [BRENT.X] พุ่งขึ้น 3.7% แตะระดับ 78.86 ดอลลาร์/บาร์เรล และราคาน้ำมันเวสต์เท็กซัส (WTI) [WTI.X] พุ่งขึ้นกว่า 3% แตะที่ 74.05 ดอลลาร์/บาร์เรล
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์





