MMM คว้าสัญญาใหม่บริหารงานขายโปรเจ็กต์แนวราบของ BLESS มูลค่า 1,340 ลบ.ทำเลทอง ศรีนครินทร์–เทพารักษ์

บมจ.เอ็มเอ็มเอ็ม แคปปิตอล [MMM] เซ็นสัญญารับบริหารงานขายแบบ “วางหลักประกันการซื้อ” โปรเจกต์แนวราบทำเลทองศรีนครินทร์-เทพารักษ์มูลค่า 1,340 ล้านบาท นำร่องเฟสแรก 38 หลัง มูลค่า 152 ล้านบาท วางเป้าปิดดีลขายภายใน 6 เดือน

นายสุริยา วงศ์สิทธิชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่สายงานพัฒนาธุรกิจ MMM เปิดเผยว่า บริษัทเซ็นสัญญาความร่วมมือครั้งสำคัญร่วมกับ บมจ.เบล็ส แอสเสท [BLESS] ในการบริหารงานขายแบบ“วางหลักประกันการซื้อ” โครงการ แนวราบทำเลทอง “ศรีนครินทร์-เทพารักษ์” มูลค่า 1,340 ล้านบาท นำร่องเฟสแรก 38 หลัง มูลค่า 152 ล้านบาท ซึ่งเป็นโมเดลธุรกิจรูปแบบใหม่ในการบริหารงานขายเชิงรุกระหว่างการบริหารงานขายอสังหาริมทรัพย์ยุคปัจจุบัน

โดยการรับประกันยอดขายนี้จะช่วยสร้างความมั่นใจสูงสุดพร้อมทั้งลดความเสี่ยงทางการเงิน และการตลาดให้กับทาง BLESS ได้อย่างตรงจุด พร้อมทั้งยังสามารถการันตีกระแสเงินสดหมุนเวียน และการรับรู้รายได้ที่แน่นอนของโครงการ ส่งผลดีต่อเสถียรภาพการดำเนินงานและสร้างความเชื่อมั่น อย่างมีนัยสำคัญกับพาร์ทเนอร์ ว่าจะได้รับมอบที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพสูงสุดภายใต้การบริหารจัดการที่มั่นคง

การเซ็นสัญญาครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจเชิงกลยุทธ์ที่แน่นแฟ้นอย่างต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้ MMM ได้ร่วมงานกับ BLESS มาแล้ว 1 โครงการและสามารถโชว์ฟอร์มvย่างโดดเด่นอย่างเป็นรูปธรรม สร้างยอดขายเชิงรุกจนได้รับความเชื่อมั่นสูงสุดจากผู้บริหารของ BLESS นำมาสู่การมอบหมายให้ MMM เข้ามาบริหารจัดการในโครงการขนาดใหญ่ขึ้นแบบต่อเนื่องในครั้งนี้ จึงเปรียบเสมือนโมเดลต้นแบบในการขยายผลไปสู่การพัฒนาโครงการอื่นๆ ของ BLESS และพันธมิตรรายใหญ่รายอื่นในอนาคตเพื่อสร้างการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน

 MMM ประเมินว่า บนทำเล “ศรีนครินทร์–เทพารักษ์” เป็นหนึ่งในทำเลแนวราบที่มีศักยภาพการเติบโตสูงที่สุดในโซนกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกเชื่อมต่อสมุทรปราการโดยได้รับอานิสงส์โดยตรง จากการเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ลาดพร้าว – สำโรง) เต็มรูปแบบ ซึ่งสถานีปลายทางเชื่อมต่อโครงข่ายคมนาคมบริเวณเทพารักษ์ ทำให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ ชั้นใน ซึ่งเอื้อต่อการอยู่อาศัยในระยะยาว

 โครงการนี้พุ่งเป้าไปที่ 2 กลุ่มเป้าหมายหลักที่มีดีมานด์แท้จริง (Real Demand) ได้แก่ 1. กลุ่มคนทำงานและบุคลากรในทำเลศักยภาพรอบด้าน อาทิ โซนบางนา, ศรีนครินทร์, สมุทรปราการ รวมถึงกลุ่มพนักงานระดับปฏิบัติการและผู้บริหารในนิคมอุตสาหกรรมบางปูและนิคมอุตสาหกรรมบางพลี ซึ่งต้องการที่อยู่อาศัยใกล้ที่ทำงานเพื่อความสะดวกในการเดินทาง 2.กลุ่มครอบครัวขยาย (Expanding Families) ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าที่เคยอยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมหรือทาวน์เฮาส์หลังเก่า แต่ต้องการยกระดับคุณภาพชีวิตด้วยพื้นที่ใช้สอยที่มากขึ้นมีจำนวนห้องนอนเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับสมาชิกและต้องการพื้นที่จอดรถที่กว้างขวางและปลอดภัยยิ่งขึ้น

 อย่างไรก็ตาม จากศักยภาพในด้านของทำเล ความเชี่ยวชาญในการเจาะกลุ่มเป้าหมายอย่างแม่นยำ และกลยุทธ์การขายที่มีประสิทธิภาพ ทำให้บริษัทกล้าการันตีปิดดีลการขายโครงการในเฟสแรกภายในระยะเวลา 6 เดือนหลังเริ่มเข้าบริหารจัดการและพร้อมรับรู้รายได้เข้า MMM ทันที ซึ่งความสำเร็จดังกล่าวจะหนุนยอดรับรู้รายได้ค่านายหน้าบริหารงานขายของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตามแผนงานปี 69 ที่วางไว้