เมื่อเวลา 11.03 น. KKP และ TISCO ปรับตัวขึ้นทำ All time high ต่อเนื่อง และปรับตัวขึ้นตามหุ้นกลุ่มแบงก์
KKP บวก 1.44% มาที่ 105.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท มูลค่าซื้อขาย 251.70 ล้านบาท
TISCO บวก 1.21% มาที่ 125.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท มูลค่าซื้อขาย 96.63 ล้านบาท

บล.กสิกรไทย ให้ความเห็นต่อหุ้นในกลุ่มแบงก์ เริ่มเข้าสู่การปรับเพิ่มมูลค่าการประเมินในรอบถัดไป โดยมีมุมมองเชิงบวกจากการมองโอกาสปรับเพิ่มมูลค่าการประเมิน PBV สูงขึ้น หลังปัจจุบันหุ้นในกลุ่มแบงก์หลายๆ ธนาคาร PBV เพิ่มขึ้นมาที่ระดับ 1 เท่าแล้ว ซึ่งจากมุมมองก่อนหน้านี้ตลาดให้ PBV ของหุ้นกลุ่มแบงก์แค่ 0.6-0.7 เท่า คาดว่าจะมีการปรับเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 1.2-1.4 เท่า ลักษณะคล้ายกับโมเดลของหุ้นแบงก์ของญี่ปุ่น
ปัจจุบันแบงก์ไทยกำลังมีพัฒนาการที่เป็นปัจจัยบวกต่อธุรกิจ เช่น การสิ้นสุดวัฏจักรการปรับลดประมาณการกำไร การสิ้นสุดวัฏจักรการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ROE ที่ปรับตัวดีขึ้นพร้อมแนวโน้มที่ยั่งยืน และการดำเนินนโยบายบริหารเงินทุนเชิงรุกมากขึ้นของหลายแบงก์ รวมทั้งการเติบโตของสินเชื่อกลับมาฟื้นตัวด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม แนะนำนักลงทุนมองข้ามผลประกอบการไตรมาส 2/69 ที่คาดว่าจะออกมาชะลอตัวลง เพราะคาดว่าผลการดำเนินงานดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังของปี 69 ต่อเนื่องไปที่ปี 70 จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญให้กับกลุ่มแบงก์
Top Pick คือ KKP ราคามีการทำ All time high ต่อเนื่อง ภาพปัจจัยหนุนจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่เติบโตได้อย่างโดดเด่น จากธุรกิจตลาดทุน และธุรกิจ Wealth Management อีกทั้งในปีนี้ผลการขาดทุนรถยึดลดลง เป็นปัจจัยที่กลับมาช่วยหนุนต่อทิศทางการฟื้นตัวของกำไร และด้านสินเชื่อเริ่มเห็นการกลับมาฟื้นตัวของสินเชื่อธุรกิจ จะเข้ามาช่วยเสริมรายได้ดอกเบี้ย
ส่วน TISCO ยังมีจุดเด่นในแง่ของผลตอบแทนจากเงินปันผลน่าสนใจ และ NIM แนวโน้มดีขึ้น จากต้นทุนลดลง ขณะที่ผลตอบแทนสินเชื่อเริ่มทรงตัว แต่หากทิศทางดอกเบี้ยเริ่มเห็นการปรับขึ้นอย่างชัดเจนก็มีโอกาสที่ผลตอบแทนจากสินเชื่อมากขึ้นตามไปด้วย และเป็นอีกหนึ่งแบงก์ที่รายได้ค่าธรรมเนียมยังเติบโตโดดเด่นจากธุรกรรมในตลาดทุนกลับมาคึกคัก
โดย จีรายุทธ จันทรงสกุล





