ภาวะตลาดหุ้นโตเกียว: นิกเกอิปิดร่วง 1.92% ผวาอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซดันน้ำมันพุ่ง-หุ้น AI ถูกเทขาย

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดตลาดวันนี้ (13 ก.ค.) ร่วงลง โดยได้รับแรงกดดันหลักจากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่กลับมาทวีความรุนแรงอีกครั้ง โดยเฉพาะกรณีที่ทางการอิหร่านประกาศว่าจะปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบทะยานสูงขึ้น และสร้างความกังวลต่อภาวะเงินเฟ้อในญี่ปุ่นซึ่งต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากตะวันออกกลางเป็นหลัก

ดัชนีนิกเกอิ [NIKKEI.X] ปิดที่ระดับ 67,242.73 จุด ลดลง 1,315.00 จุด หรือ -1.92%

หุ้นกลุ่มที่ปรับตัวลดลงมากที่สุด ได้แก่ กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า กลุ่มโลหะที่ไม่มีส่วนผสมของเหล็ก รวมถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์แก้วและเซรามิก

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ในช่วงเปิดตลาดดัชนีมีการปรับตัวขึ้นชั่วคราวจากแรงหนุนในหุ้นกลุ่มไฮเทค อย่างไรก็ตาม ตลาดพลิกกลับเข้าสู่แดนลบ เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าการเผชิญหน้าระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านในช่วงสุดสัปดาห์ จะกลายเป็นอุปสรรคต่อการเจรจายุติสงครามที่ดำเนินมานานหลายเดือน ทำให้เกิดแรงขายครอบคลุมตลาด

นอกจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์แล้ว ตลาดยังเผชิญกับแรงเทขายทำกำไรในหุ้นกลุ่มชิปและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งเป็นหุ้นกลุ่มที่มีน้ำหนักต่อดัชนีสูง ส่งผลให้ดัชนีนิกเกอิร่วงลงชั่วคราวมากกว่า 2%

มากิ ซาวาดะ นักกลยุทธ์จากฝ่ายเนื้อหาการลงทุนของบริษัทหลักทรัพย์โนมูระ ระบุว่า ในช่วงที่ตลาดยังไม่มีปัจจัยหนุนใหม่ ๆ ก่อนจะเข้าสู่ฤดูกาลประกาศผลประกอบการ นักลงทุนมีความเห็นที่แตกออกเป็นสองฝ่ายต่อหุ้นกลุ่ม AI โดยบางส่วนเริ่มกังวลว่าราคาหุ้นพุ่งสูงเกินปัจจัยพื้นฐาน ขณะที่บางส่วนยังคงเชื่อมั่นในการเติบโต

“เมื่อผนวกกับความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่พุ่งสูงขึ้น ยิ่งทำให้นักลงทุนมีความระมัดระวังและเกิดความวิตกกังวล ส่งผลให้ตลาดเปราะบางและเสี่ยงต่อการซื้อขายที่ผันผวน” มากิกล่าวเสริม

โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์

ข่าวล่าสุด