ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลลาร์แข็งค่า สงครามอิหร่านยืดเยื้อหนุนซื้อสกุลเงินปลอดภัย

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันจันทร์ (13 ก.ค.) เนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้นระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ส่งผลให้นักลงทุนแห่ซื้อดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย ขณะที่นักลงทุนจับตาข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ และการแสดงความเห็นของเควิน วอร์ช ประธานเฟด ในสัปดาห์นี้

ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.28% แตะที่ระดับ 101.235

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 162.36 เยน จากระดับ 161.69 เยนในวันศุกร์ (10 ก.ค.) และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.8141 ฟรังก์ จากระดับ 0.8085 ฟรังก์ แต่ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.4151 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.4152 ดอลลาร์แคนาดา

ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1387 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1416 ดอลลาร์ในวันศุกร์ ส่วนเงินปอนด์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.3360 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3398 ดอลลาร์ 

สหรัฐฯ และอิหร่านได้เปิดฉากโจมตีกันทางอากาศอย่างหนักหน่วงในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการยกระดับความรุนแรงทั้งในแง่ของขนาดและขอบเขตการโจม ส่งผลให้ปธน.ทรัมป์กลับมาใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่าน โดยประกาศว่า สหรัฐฯ จะเข้าควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ และปฏิบัติภารกิจในการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ดังกล่าว นอกจากนี้ สหรัฐฯ จะเรียกเก็บเงินชดเชยในอัตรา 20% ของมูลค่าสินค้าทั้งหมดที่มีการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซเพื่อครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่จำเป็นในการดำเนินภารกิจดังกล่าว

สถานการณ์ตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้นนี้ ส่งผลให้ราคาน้ำมัน WTI [WTI.X] และน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) [BRENT.X] ต่างก็พุ่งขึ้นกว่า 9% ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ และอาจผลักดันให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้

กระแสคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดมีน้ำหนักมากขึ้น หลังจากคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ สมาชิกคณะกรรมการผู้ว่าการเฟดให้ความเห็นว่า เฟดไม่ควรซ้ำรอยความผิดพลาดเหมือนในช่วงปี 2564-2565 ซึ่งขณะนั้นเฟดรอนานเกินไปก่อนจะเริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้น

เครื่องมือ CME FedWatch Tool ระบุว่า ระบุว่า ขณะนี้นักลงทุนให้น้ำหนัก 75% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย.

นักลงทุนจับตาถ้อยแถลงของเควิน วอร์ช ประธานเฟด เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟดในปีนี้ โดยวอร์ชมีกำหนดกล่าวแถลงการณ์รอบครึ่งปีว่าด้วยนโยบายการเงินและภาวะเศรษฐกิจต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรในวันอังคารที่ 14 ก.ค. และจะแถลงต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภาในวันพุธที่ 15 ก.ค.

ทั้งนี้ การแถลงทั้ง 2 วันของประธานเฟดจะมีขึ้นในเวลา 10.00 น.ตามเวลาสหรัฐ หรือ 21.00 น.ตามเวลาไทย

นอกจากนี้ นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนมิ.ย.ของสหรัฐฯ ในวันนี้ (14 ก.ค.) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนมิ.ย.ในวันพุธที่ 15 ก.ค. เพื่อประเมินว่าสงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ จะส่งผลต่อเงินเฟ้อมากเพียงใด

โดย รัตนา พงศ์ทวิช